วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - สังขละบุรี เมืองกาญจน์ กาญจนบุรี ( ภาค 5 วัดสมเด็จ, Sabuy @ Kan )


เข้ามาตัวเมืองสังขละแบ้วแจ้

หลังจากนั่งรถมอไซด์ประยุกต์ สักพักก็มาถึงตัวเมืองสังขละ

เอาข้าวของฝากไว้ที่ วินรถตู้ กลับเมืองกาญจน์ แล้วจัดแจงจองรถตู้เรียบร้อย

รถตู้เที่ยวสุดท้าย 4 โมง แต่เราจองรอบ 3 โมง

ออกจากที่นั่นสามโมง เขาบอกว่า ถึง ท่ารถ บขส. ที่ ตัวเมือง กาญจน์ ประมาณหกโมงเย็นพอดี น้ะจ้ะ

ก็ทานข้าวเที่ยง แล้วก็เดินเล่นอยู่ที่ตัวเมืองสังขละ




ถามคนแถวนั้น เขาก็บอกที่เที่ยวมา ส่วนมากเราก็ไปมาหมดแล้ว ( สะพานมอญ เมืองบาดาล วัดวังก์วิเวกการาม ) จึงแวะไปเที่ยว วัดสมเด็จ สักหน่อย

วัดนี้ รถผ่านไป ผ่านมา หลายรอบ

พระพุทธรูป ปาง แปลกดี


พระพุทธรูปีที่ วัดสมเด็จ 

OK น้ะจ้ะ


 ใต้ฐานพระพุทธรูป เป็นภาษาพม่า



มี เจดีย์สามองค์ จำลอง ด้วยแหะ

หลวงพี่เจ้าอาวาส เทศน์ยาว จนเพื่อนสัปหงกไปเลย 555

หลวงพี่ท่านนี้ เป็นท่านเดียวกันกับที่เราเจอตรงรอยต่อระหว่างสะพาน ตอนบิณฑบาต ตอนเช้า

ท่านเล่าว่า ท่านขาไม่ค่อยดี เลยนั่งรถไป แล้วก็เดินลงเขาไปบิณฑบาต

ท่านให้พร เสียงดังมาก



อันนี้เจอแถวๆ นั้น รักคนอ่าน ณ จ๊ะ



จากนั้นเราก็ขึ้นรถตู้ กลับเข้าเมืองกันแล้ว

มาเที่ยวนี้เห็น เดจาวู หลายรอบมากทีเดียว

จาก ตอนที่ ด่านเจดีย์สามองค์ รถสองแถว วกกลับไป ( เพื่อให้เราเห็น สาวพม่า ถือปิ่นโตกลับบ้าน ? )

ตอนนี้ รถตู้ ก็วกกลับไป เพราะว่า ลืมส่งคน ที่รีสอร์ต = =!



ห้ามกลับใจ น้ะจ้ะ

ถึงท่ารถ บขส. เราก็เหมารถสองแถวกันไป

โรงแรม สบาย at กาญ

เขาคิดคนละ 40 บาท รวมกันเลยจ่ายไป 120 บาทถ้วน

คนขับสองแถวบอกว่า รถมอไซด์เขาก็คิดราคานี้เหมือนกัน ประกอบกับตอนนั้นมีสัมภาระ เลยนั่งสองแถวดีกว่า






ถึงรีสอร์ต ก็เย็นแล้วล่ะ

เห็นสระว่ายน้ำ เลยลงไปว่ายเล่นสักหน่อย

สระน้ำ ไม่ลึกมาก ตรงที่ลึกๆ ยืนเขย่งๆ ก็พอถึง

แถมยังมีที่นวด กับไฟ น้ำก็ไม่เย็น เลยว่ายเล่นตอนกลางคืนได้






หล้งจากทานข้าวเย็นที่โรงแรมเรียบร้อย

ก็ได้เวลา ชิมเบียร์

เบียร์เรียงๆ กัน หลายยี่ห้อมาก เพราะว่า เพื่อนเอามาให้เพื่อนของเขาที่มาจากอินเดีย ลองชิมดู






มี สิงห์ ไฮนาเกน ลีโอ แล้วก็อีกสองสามยี่ห้อ

จำไม่ได้แล้ว

เขาบอกมีนำเข้ามาจากอินโดด้วย

ตอนนั้น กินแก้วต่อแก้ว

รสชาติเลย มั่วไปหมด







เพื่อนยังซื้อ เฉาก๊วย มาจาก ดอนเมือง ที่เขาชอบมาก มาให้ เพื่อนเขาลองชิม

แต่เพื่อนเขาไม่ชอบกัน บอกว่า หวานเกิน






ท่าทางคนไทยจะติดหวานจริงๆ แหละ

ขนาดตอนนั้น ให้คนญี่ปุ่น ลองชิมชาเขียว โออิชิ

เขายังบอกว่า มันหวานไปเหมือนกัน





มึนส์ๆ ได้ที่ ก็แยกย้าย กลับไปนอน

เพื่อนมีไปขู่ว่า รถตู้มารับตรงเวลา ถ้าใครตื่นสาย จะต้อง skip อาหารเช้าไป

เพื่อนคนอินเดีย คนหนึ่งบอกว่า ถ้ากินเบียร์ไป เราจะตื่นเช้า เป็นธรรมชาติ เพราะว่า ร่างกายเราจะขาดน้ำ ( dehydrate ) เราจะหิวน้ำ แล้วตื่น




เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ แหะ

เราตื่นก่อนนาฬิกาปลุก เพราะว่าหิวน้ำ

มันเป็นอารมณ์เดียวกันกับ ตอนเช้าหลังจาก เที่ยวกลางคืน มา

แต่เราไม่ได้สังเกต ว่า ขาดน้ำ

ก่อนหน้านี้ คิดว่า เป็นผลมาจากนอนดึก หรือ ไม่ก็ป่วย 666

นับว่าได้ความรู้ใหม่เลยทีเดียว





ไหนๆ ก็ตื่นเช้าแล้ว เลยออกไปถ่ายรูป รอบๆ รีสอร์ต สักหน่อย

 ขวดเบียร์ ของฝรั่ง ข้างล่าง ( ของคนอื่นจ่ะ )



กระต่ายยักษ์ในสวน




 หอยทาก ตัวน้อย ยามเช้า


หอยทาก อีกรูปจ้ะ



ดอกไม้ ในสวน




นี่ก็อีกพันธุ์หนึ่ง ด้านหลังนี่ถ่ายติดสระว่ายน้ำ น้ะจ้ะ




หนอนน้อย กระดึ๊บ กระดึ๊บ



ช้าง ช้าง ช้าง




ตรงบันไดจ้า


อาหารเช้าวันนี้เป็นบุฟเฟต์อาหารฝรั่ง ซัดไปซะเยอะเลยแหะ

เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ตื่นสายกัน โดย เพื่อนที่ขู่เมื่อคืน นำทีมสายซะเอง (ซะงั้น)




ลืมเล่าไปนิด เมื่อคืน ตอนมาถึง โรงแรม เพื่อนเราได้ถามเจ้าของโรงแรม ว่า

มีที่เที่ยวที่ไหนน่าไปสำหรับ กาญจน์ บ้าง

ซึ่งเพื่อนเราก็เสนอไปหลายที่ เช่น วัดถ้ำเสือ ผาสูงๆที่ชะโงกลงไปเห็นทะเล ฯลฯ

ปรากฎว่า เจ้าของโรงแรม ตัดทิ้งหมดเลย บอกว่า ธรรมดาเกินไป



เขาบอกให้ไป น้ำตกเอราวัณ

บอกว่า ถ้ามากาญจน์ แล้วต้องไปที่นี่ให้ได้

ชักอยากเห็นซะแล้วสิ ว่า น้ำตกเอราวัณ จะเจ๋งขนาดไหน


สรุปคือ ทริปวันนี้ที่เราจะไปคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว, ทางรถไฟสายมรณะ, และ ปิดท้ายที่น้ำตกเอราวัณ น้ะจ้ะ

ต่อตอนหน้าจ่ะ ....


ลิสต์ของตอนก่อนหน้า
ตอน 1 : สังขละบุรี เมืองกาญจน์ ( หมอชิต, Bermese Inn )
ตอน 2 : สังขละบุรี เมืองกาญจน์ ( ตักบาตร ยามเช้า สัมผัสชีวิต ชาวมอญ, วัดวังก์วิเวการาม )
ตอน 3 : สังขละบุรี เมืองกาญจน์ ( เจดีย์ พุทธตยา จำลอง, เมือง บาดาล )
ตอน 4 : สังขละบุรี เมืองกาญจน์ ( ภาค 4 สะพานมอญ )

ไม่มีความคิดเห็น:

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...