วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - สังขละบุรี เมืองกาญจน์ กาญจนบุรี ( ภาคปฐมบท : หมอชิต, Bermese Inn )

 ระหว่างทางจ้ะ ภูเขาสูงเสียดฟ้าเลย


ตี 3:30 วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2554 นาฬิกาปลุกดังขึ้น ตอนนี้ผมค้างคืนที่บ้านเพื่อนแถวสะพานควาย

3:30 A.M. on Saturday 14 May 2011, a clock is alarmed. Now I am in my friend's house near Saphan Khwai.

เรานั่งแท็กซี่กันไปหมอชิต 2 แถวๆนั้น เพื่อให้ทันรถ บขส รอบ ตีห้า

We take a taxi to Mochit 2 bus station, which is very near, to catch 5 A.M. bus.

รถ บขส ไป เมืองกาญจน์ มีสองรอบ คือ ตี 5 กับ 7 โมงเช้า

There are 2 bus rounds from Bangkok to Kanchanaburi, at 5 A.M. and 7 A.M.

ที่แปลกคือ จองก่อนไม่ได้ ต้องมาซื้อตั๋ววันนั้นเลย

What is strange is that, we could not book the ticket before, we have to buy a ticket on that day.

ราคาประมาณ 300 บาท สุดปลายทาง ด่าน เจดีย์สามองค์

The price is around 300 THB and the bus terminal station is at ด่าน เจดีย์สามองค์

( จริงๆ มี รถไป ตัว เมืองกาญจน์ ประมาณ 200 กว่าบาท )

( Actually there are a bus to Kanchanaburi City, costs around 200 THB )






อาบน้ำอะไรเสร็จเรียบร้อย ไปถึงหมอชิต 2 ประมาณตีสี่กว่าๆ

After taken a bath, we reach Mochit 2 bus station around 4 A.M.

แต่รถเจ้ากรรมดันเต็ม = =!

However, the damn bus has already full.

คนขายตั๋วบอกว่า คนที่จองรอบตีห้า เขามารอกันตั้งแต่ตีสามครึ่ง

The ticket people tell us that if we want to go in 5 A.M. round, we have to reach here at 3 A.M. = =!

บังเอิญเที่ยวนี้ เขาบอกว่า มีคนมาเป็นกลุ่มประมาณ 19 คน

Unluckily, this morning there were other 19 tourists,

แต่รถทั้งคันนั่งได้ประมาณ 60 คน

but there are 60 seats in the bus.

เป็นอันว่า ชวด ไป เลยต้องไปรอบเจ็ดโมง

Therefore, we have to go with 7 A.M. bus.








ก็ไม่ได้ตื่นเช้าฟรีสักทีเดียว อย่างน้อยเราก็ได้กินข้าวเช้ากันก่อน ที่หมอชิต 2

It is not actually terrible. At least we can have a breakfast before at Mochit 2.

คุยโน่นคุยนี่ ไปตามเรื่อง ปุ๊ปเดียวก็ เจ็ดโมงแล้ว

We spend the time talking with each others. The time flies. Finally, it is 7 o'clock.

เจ็ดโมงนิดๆ ล้อหมุน

A little after 7, we start our trip.

พบว่า มีคนไม่มีตั๋วขึ้นมาเยอะเหมือนกัน

There are people in the bus with no ticket.

ก็เพิ่งรู้ว่า ถ้าคนซื้อตั๋วแล้วไม่มา ก็จะมีคนมารอเสียบอยู่แล้ว

We have just noticed that if the passenger is not coming, the seat will be rearrange for someone else.

แต่เที่ยวนี้คนเต็ม คนไม่มีตั๋วเลยอด ต้องลงจากรถ

Nevertheless, all the passenger comes. The one who does not have a ticket have to leave.

เจ้าหน้าที่บอกว่า มีรถตู้ไป เมืองกาญจน์ แถว อนุสาวรีย์ด้วย เหมือนกัน

The staff said to her that they can catch a bus to Kanchanaburi at the Victory Monument also.

แต่บางคน บอกว่า มารอตั้งแต่เช้า ไม่อยากรอเที่ยวหน้า เลยขอยืนไป

Some of them do not want to wait for the next round bus, so they ask for standing ticket.





ระหว่างมีแจกกล่องขนม ข้างในมี แยมโรล ผ้าเย็น กาแฟ ( แต่ไม่มีน้ำร้อน จะชงไง = =! )

มีแวะทานข้าวกลางวันด้วย มี ข้าวผัด กับ ผัดกระเพราให้เลือก

คนทยอยลง ตั้งแต่ เมืองกาญจน์ มาเรื่อยๆ มีคนขึ้นมาบ้างสลับกัน แต่ก็เหลือ คนโดยสาร ไปลงที่ปลายทาง ด่านเจดีย์สามองค์อยู่ไม่กี่คน

พอไปถึง ฝนดันตก เวงกรำ..

เลยพักกินข้าว แถวนั้น เพราะว่า ข้าวผัดตอนกลางวันมันน้อยไปหน่อย เลยจัดอีกสักมื้อหนึ่ง

รอฝนตกนาน เหมือนกัน

ระหว่างรอฝนตกก็เห็นอะไรน่ารักๆ

ภาพน่ารักของพ่อลูก หน้าแผงข้าวเลยจ้ะ

ได้เดินไปถ่ายรูปที่ ด่านเจดีย์สามองค์ด้วยน้ะก้ะ สุดเขตตะวันตก แต่ไม่ได้ข้ามไปแดนพม่า

ตรงชายแดน มีตลาดขายพลอยด้วย

ตอนเย็นหลังเลิกงาน ก็จะเห็น ชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในไทย นุ่งโสร่ง ถือปิ่นโต เดินกลับบ้านที่เขตพม่า

โดยอาศัยทางกลางถนน

เนื่องจากของข้าพเจ้า พะรุงพะรังมาก เลยไม่ได้ควักกล้องมาถ่าย

รูปเลยมีอยู่กล้องเพื่อน น่ะจ่ะ




ขอข้ามไปตอนถึง Bermese Inn เลยละกัน

บรรยากาศ Bermese Inn, slope ภูเขามาเลย

จากหลังสถานีตำรวจ แถวๆ ด่านเจดีย์ มีสองแถวนั่งมา ตัวเมือง สังขละบุรี ได้

ระหว่างรอสองแถว เรากินโรตีจากรถที่คนพม่าเข็นมาขายด้วย

ธรรมดา 7 บาท ใส่ไข่ 11 บาท

สองแถว จะบีบ แตร เมื่อถึงป้าย ปิ้นๆๆ ตลอด เพื่อเรียกคน ได้ยินบ่อยมากๆ

เราเจอ กลุ่มสาวๆมหาวิทยาลัย มาท่องเที่ยวเหมือนกันด้วย

จากท่าสองแถว เราก็เดินแบกของดุ่มๆ มา Bermese Inn ( ประมาณ 2 km จากคำบอกเล่าของมอไซด์รับจ้าง )

ยังดีที่ทางเดิน มัน slope ลงเขา ถ้า slope ขึ้นเขาล่ะ ลิ้นห้อยชัวร์

บ้านเราเบอร์ 1 จ่ะ

Bermese Inn ค่าเช่า คืนละ 800 บาท แต่เอาเตียงเสริมด้วยเลยกลายเป็น 1,100 บาท ในห้องพัก มีแอร์ มีทีวี มีน้ำอุ่นไว้อาบน้ำ แต่ไม่มีตู้เย็นน้ะจ้ะ

แล้วก็ห้องน้ำ ธรรมชาติมากมาย

ตอนแรก จะเข้าส้วม เปิดมา เจอ ตัวทาก 3-4 ตัว

เพื่อนอาบน้ำ เจอ กิ้งก่า ตัวเล็ก ด้วย

เพราะว่า ห้องน้ำ มันมีช่องระบายลมนั่นเอง

สวนจ้ะ

โรงแรมอยู่ใกล้ สะพานมอญ มากมาย เรียกได้ว่า สามารถมองเห็นได้จากโรงแรมได้เลย

วันแรก ไม่ได้อะไรมากมาย เดินไปสะพานมอญ มีฝนตกปลอยๆ ประกอบกับท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วด้วย

ตอนเดินสะพาน ครั้งแรก ก็เสียวๆ เหมือนกัน เพราะ ทางเดินไม้ เขาตีห่างไม่เท่ากัน

สะพานก็ไม่ใช่เตี้ยๆ น้ะ


ห้องพัก โรงแรมอะไรก็ไม่รู้แหะ ตรง สะพานมอญ เลย

วันนี้ ได้ชิม อาหารพม่า 2 อย่าง ที่ Bermese Inn นั่นเอง


something ตองอู

ปลา อะไรสักอย่าง

ผักกูดผัดหมูสับ
อันนี้ไม่ใช่อาหารพม่า แต่ คนจดเมนู แนะนำ เพราะว่า ผักกูดเก็บมาจากแถวนั้น เขาประกันว่า ปลอดภัย ไร้สารพิษ



เราเห็นในโปสการ์ด ตรง ด่าน เจดีย์สามองค์

เป็นรูป พระ หลายรูป กำลังเดินบนสะพานมอญ บรรยากาศยามเช้า หมอกบางๆ ตัดกับ จีวรสีส้ม

สวยงามมาก

จึงอยากเห็นบ้าง





แต่ไปถามชาวบ้านที่ฝั่งมอญ เขาบอกว่า จะมีอย่างนั้น ในวันสำคัญ เช่น ขึ้นปีใหม่ วันออกพรรษา ฯลฯ เท่านั้น ปกติพระท่านจะ บิณฑบาท โดยใช้ถนนที่ห่างจากสะพานมอญ ประมาณ 10 เมตร ( ซอยที่สอง )


แต่พอถามชาวบ้านฝั่งไทย เขาก็บอกว่า พระบิณฑบาท ทางนี้

อ่าว งง เลย ตกลงแล้วยังไงกันแน่หว่า






จบแค่นี้ก่อนละกันน้ะจ้ะ เด๋วพรุ่งนี้รู้กัน

พรุ่งนี้จะสัมผัสชีวิตชาวมอญโดย ตื่นตี 5

เพื่อให้ทันตักบาตร ตอน 6:30 น.

อ่านต่อ ที่นี่ น้ะจ้ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...