ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - สังขละบุรี เมืองกาญจน์ กาญจนบุรี ( ภาคปฐมบท : หมอชิต, Bermese Inn )

 ระหว่างทางจ้ะ ภูเขาสูงเสียดฟ้าเลย


ตี 3:30 วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2554 นาฬิกาปลุกดังขึ้น ตอนนี้ผมค้างคืนที่บ้านเพื่อนแถวสะพานควาย

3:30 A.M. on Saturday 14 May 2011, a clock is alarmed. Now I am in my friend's house near Saphan Khwai.

เรานั่งแท็กซี่กันไปหมอชิต 2 แถวๆนั้น เพื่อให้ทันรถ บขส รอบ ตีห้า

We take a taxi to Mochit 2 bus station, which is very near, to catch 5 A.M. bus.

รถ บขส ไป เมืองกาญจน์ มีสองรอบ คือ ตี 5 กับ 7 โมงเช้า

There are 2 bus rounds from Bangkok to Kanchanaburi, at 5 A.M. and 7 A.M.

ที่แปลกคือ จองก่อนไม่ได้ ต้องมาซื้อตั๋ววันนั้นเลย

What is strange is that, we could not book the ticket before, we have to buy a ticket on that day.

ราคาประมาณ 300 บาท สุดปลายทาง ด่าน เจดีย์สามองค์

The price is around 300 THB and the bus terminal station is at ด่าน เจดีย์สามองค์

( จริงๆ มี รถไป ตัว เมืองกาญจน์ ประมาณ 200 กว่าบาท )

( Actually there are a bus to Kanchanaburi City, costs around 200 THB )






อาบน้ำอะไรเสร็จเรียบร้อย ไปถึงหมอชิต 2 ประมาณตีสี่กว่าๆ

After taken a bath, we reach Mochit 2 bus station around 4 A.M.

แต่รถเจ้ากรรมดันเต็ม = =!

However, the damn bus has already full.

คนขายตั๋วบอกว่า คนที่จองรอบตีห้า เขามารอกันตั้งแต่ตีสามครึ่ง

The ticket people tell us that if we want to go in 5 A.M. round, we have to reach here at 3 A.M. = =!

บังเอิญเที่ยวนี้ เขาบอกว่า มีคนมาเป็นกลุ่มประมาณ 19 คน

Unluckily, this morning there were other 19 tourists,

แต่รถทั้งคันนั่งได้ประมาณ 60 คน

but there are 60 seats in the bus.

เป็นอันว่า ชวด ไป เลยต้องไปรอบเจ็ดโมง

Therefore, we have to go with 7 A.M. bus.








ก็ไม่ได้ตื่นเช้าฟรีสักทีเดียว อย่างน้อยเราก็ได้กินข้าวเช้ากันก่อน ที่หมอชิต 2

It is not actually terrible. At least we can have a breakfast before at Mochit 2.

คุยโน่นคุยนี่ ไปตามเรื่อง ปุ๊ปเดียวก็ เจ็ดโมงแล้ว

We spend the time talking with each others. The time flies. Finally, it is 7 o'clock.

เจ็ดโมงนิดๆ ล้อหมุน

A little after 7, we start our trip.

พบว่า มีคนไม่มีตั๋วขึ้นมาเยอะเหมือนกัน

There are people in the bus with no ticket.

ก็เพิ่งรู้ว่า ถ้าคนซื้อตั๋วแล้วไม่มา ก็จะมีคนมารอเสียบอยู่แล้ว

We have just noticed that if the passenger is not coming, the seat will be rearrange for someone else.

แต่เที่ยวนี้คนเต็ม คนไม่มีตั๋วเลยอด ต้องลงจากรถ

Nevertheless, all the passenger comes. The one who does not have a ticket have to leave.

เจ้าหน้าที่บอกว่า มีรถตู้ไป เมืองกาญจน์ แถว อนุสาวรีย์ด้วย เหมือนกัน

The staff said to her that they can catch a bus to Kanchanaburi at the Victory Monument also.

แต่บางคน บอกว่า มารอตั้งแต่เช้า ไม่อยากรอเที่ยวหน้า เลยขอยืนไป

Some of them do not want to wait for the next round bus, so they ask for standing ticket.





ระหว่างมีแจกกล่องขนม ข้างในมี แยมโรล ผ้าเย็น กาแฟ ( แต่ไม่มีน้ำร้อน จะชงไง = =! )

มีแวะทานข้าวกลางวันด้วย มี ข้าวผัด กับ ผัดกระเพราให้เลือก

คนทยอยลง ตั้งแต่ เมืองกาญจน์ มาเรื่อยๆ มีคนขึ้นมาบ้างสลับกัน แต่ก็เหลือ คนโดยสาร ไปลงที่ปลายทาง ด่านเจดีย์สามองค์อยู่ไม่กี่คน

พอไปถึง ฝนดันตก เวงกรำ..

เลยพักกินข้าว แถวนั้น เพราะว่า ข้าวผัดตอนกลางวันมันน้อยไปหน่อย เลยจัดอีกสักมื้อหนึ่ง

รอฝนตกนาน เหมือนกัน

ระหว่างรอฝนตกก็เห็นอะไรน่ารักๆ

ภาพน่ารักของพ่อลูก หน้าแผงข้าวเลยจ้ะ

ได้เดินไปถ่ายรูปที่ ด่านเจดีย์สามองค์ด้วยน้ะก้ะ สุดเขตตะวันตก แต่ไม่ได้ข้ามไปแดนพม่า

ตรงชายแดน มีตลาดขายพลอยด้วย

ตอนเย็นหลังเลิกงาน ก็จะเห็น ชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในไทย นุ่งโสร่ง ถือปิ่นโต เดินกลับบ้านที่เขตพม่า

โดยอาศัยทางกลางถนน

เนื่องจากของข้าพเจ้า พะรุงพะรังมาก เลยไม่ได้ควักกล้องมาถ่าย

รูปเลยมีอยู่กล้องเพื่อน น่ะจ่ะ




ขอข้ามไปตอนถึง Bermese Inn เลยละกัน

บรรยากาศ Bermese Inn, slope ภูเขามาเลย

จากหลังสถานีตำรวจ แถวๆ ด่านเจดีย์ มีสองแถวนั่งมา ตัวเมือง สังขละบุรี ได้

ระหว่างรอสองแถว เรากินโรตีจากรถที่คนพม่าเข็นมาขายด้วย

ธรรมดา 7 บาท ใส่ไข่ 11 บาท

สองแถว จะบีบ แตร เมื่อถึงป้าย ปิ้นๆๆ ตลอด เพื่อเรียกคน ได้ยินบ่อยมากๆ

เราเจอ กลุ่มสาวๆมหาวิทยาลัย มาท่องเที่ยวเหมือนกันด้วย

จากท่าสองแถว เราก็เดินแบกของดุ่มๆ มา Bermese Inn ( ประมาณ 2 km จากคำบอกเล่าของมอไซด์รับจ้าง )

ยังดีที่ทางเดิน มัน slope ลงเขา ถ้า slope ขึ้นเขาล่ะ ลิ้นห้อยชัวร์

บ้านเราเบอร์ 1 จ่ะ

Bermese Inn ค่าเช่า คืนละ 800 บาท แต่เอาเตียงเสริมด้วยเลยกลายเป็น 1,100 บาท ในห้องพัก มีแอร์ มีทีวี มีน้ำอุ่นไว้อาบน้ำ แต่ไม่มีตู้เย็นน้ะจ้ะ

แล้วก็ห้องน้ำ ธรรมชาติมากมาย

ตอนแรก จะเข้าส้วม เปิดมา เจอ ตัวทาก 3-4 ตัว

เพื่อนอาบน้ำ เจอ กิ้งก่า ตัวเล็ก ด้วย

เพราะว่า ห้องน้ำ มันมีช่องระบายลมนั่นเอง

สวนจ้ะ

โรงแรมอยู่ใกล้ สะพานมอญ มากมาย เรียกได้ว่า สามารถมองเห็นได้จากโรงแรมได้เลย

วันแรก ไม่ได้อะไรมากมาย เดินไปสะพานมอญ มีฝนตกปลอยๆ ประกอบกับท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วด้วย

ตอนเดินสะพาน ครั้งแรก ก็เสียวๆ เหมือนกัน เพราะ ทางเดินไม้ เขาตีห่างไม่เท่ากัน

สะพานก็ไม่ใช่เตี้ยๆ น้ะ


ห้องพัก โรงแรมอะไรก็ไม่รู้แหะ ตรง สะพานมอญ เลย

วันนี้ ได้ชิม อาหารพม่า 2 อย่าง ที่ Bermese Inn นั่นเอง


something ตองอู

ปลา อะไรสักอย่าง

ผักกูดผัดหมูสับ
อันนี้ไม่ใช่อาหารพม่า แต่ คนจดเมนู แนะนำ เพราะว่า ผักกูดเก็บมาจากแถวนั้น เขาประกันว่า ปลอดภัย ไร้สารพิษ



เราเห็นในโปสการ์ด ตรง ด่าน เจดีย์สามองค์

เป็นรูป พระ หลายรูป กำลังเดินบนสะพานมอญ บรรยากาศยามเช้า หมอกบางๆ ตัดกับ จีวรสีส้ม

สวยงามมาก

จึงอยากเห็นบ้าง





แต่ไปถามชาวบ้านที่ฝั่งมอญ เขาบอกว่า จะมีอย่างนั้น ในวันสำคัญ เช่น ขึ้นปีใหม่ วันออกพรรษา ฯลฯ เท่านั้น ปกติพระท่านจะ บิณฑบาท โดยใช้ถนนที่ห่างจากสะพานมอญ ประมาณ 10 เมตร ( ซอยที่สอง )


แต่พอถามชาวบ้านฝั่งไทย เขาก็บอกว่า พระบิณฑบาท ทางนี้

อ่าว งง เลย ตกลงแล้วยังไงกันแน่หว่า






จบแค่นี้ก่อนละกันน้ะจ้ะ เด๋วพรุ่งนี้รู้กัน

พรุ่งนี้จะสัมผัสชีวิตชาวมอญโดย ตื่นตี 5

เพื่อให้ทันตักบาตร ตอน 6:30 น.

อ่านต่อ ที่นี่ น้ะจ้ะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

OOTOYA อร่อย ^^

เมนูอาหาร กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ อร่อยๆ ^^ ตอนแรกเล็ง เมนูพิเศษของโอโตยะ ไว้ แต่สั่ง สลัดไก่ย่างถ่าน ซอสเบซิล ไป ผักเยอะมากแต่อร่อยดี ยังได้แอบชิมของคนอื่นด้วย ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน ตัวเบ้อเริ่มเลยอ่ะ รสคล้ายๆปลาช่อน แล้วก็ของหวาน ไอศกรีมในน้ำเต้าหู้ ที่พี่กุ๋ยบอกว่า เคยเข้ามาที่ร้านแล้วสั่ง อย่างเดียวมาแล้ว ถั่วแดงเขาทำได้อร่อยมาก แต่ดันไม่มีขายถั่วแดงต้มอ่ะดิ เมนูของหวาน กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ ถ้าสั่งเป็นชุด ข้าวเติมฟรี เติมไป 2 ชาม น้ำชาเขียว refill ฟรี ชาเขียวที่นี่เขาใส่งาด้วย เหมือนที่เคยกินที่ร้าน อากะ (AKA) ที่ชั้น 7 centralworld บางคนเขาไม่ชอบกัน แต่เราเฉยๆนะ ก็อร่อยดี ข้อเสีย คือ เสริฟ ช้า ไม่ควรกินไปตอนเร่งรีบ แต่ เล็งไว้ละ ไว้จะไปกินใหม่ สาขา และ เบอร์ติดต่อ กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

[ AI ] IBM granite, NVIDIA robotics, IBM Langflow, watsonx, LMCache, LiteRT, Self driving car, Mamba model, RAG

 IBM granite: Time series from sensor, stock market * Forcast * Anomaly detection - classification high medium risk, data synthesis Embedding AI - 1M params - edge device - small AI Send insight --- NVIDIA * Jackson Thor robotic * Nemo ---- * IBM Langflow : open source * Watsonx (n8n) Enterprise : guardrails / log, tool using policy ----- LMcache : open source KC cache Prompt -> key value (RAGs) Same context ( e.g. same docs) Reduce operating costs CacheGen : make cache cheap to move and store CacheBlend : reuse chunk, not just prefix ---- Google มี framework ที่ optimize AI บน mobile phone นั่นคือ LiteRT : google pytorch Quantisation เท่าไหร่บน device นี้ Model explorer: quantize แล้ว error < 5% XMNpack ใช้ CPU ลดลง Google AI edge portal : benchmark AI on real device ---- Self driving car * Nvidia Alpamayo 2 model * Carla simulation Random forest -> multiple scenarios -> json -> LLM Car talk to mobile phone (cross the road) ----- Mamba model (recursive)  - alte...

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

รีวิว: Human Resource พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา สปอยแหลก

a.k.a. ชนแม่งเลย หนังเป็น พี่เต๋อ ที่พร้อมจะหักมุมตลอดเวลา คาดเดาอะไรไม่ได้เลย หนังที่คิดว่าเป็นหนังคนทำงาน ดันมีฉาก เรท R มาเฉย ได้ข้อคิด แต่ไม่ได้ชอบมาก เพราะ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่มาคิดเรื่องพวกนี้เลยสักนิด  ถ้าตอนนี้ไปดูประเทศสหรัฐ (ที่กำลังบูมเรื่อง AI) ประเทศจีน (ตามมาติดๆ หรือนำไปแล้ว?) ประเทศ ไต้หวัน (ที่กำลังบูมเรื่อง เซมิคอนดักเตอร์) ประเทศเกาหลี (แซมซัง ก็ไล่มาติดๆ) ประเทศเวียดนาม (ที่ต่างชาติไปลงทุนมากๆ) จะไม่มีคำถามอะไรพวกนี้ในสมองเลย ลองไปฟังวิทยุช่องจีน ในเมืองที่เจริญๆ เมืองเศรษฐกิจ จะมีแต่ภาพ อนาคต ความหวัง ของใหม่ โรงงานใหม่ วิธีทำงานแบบใหม่ positive กว่ามาก ถ้ามัวแต่คิดเหมือนที่หนังปูในตอนแรก จะทำให้เรา ตกอยู่ใน loop นรก ซึ่งยิ่งคิดยิ่งแย่ แย่จนไม่คิดจะลงมือทำอะไรเลย เพราะจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว สื่อ อย่าไปออกเรื่องไม่ดีมาก ออกเรื่องดีๆบ้าง เดี๋ยวคนในประเทศหวาดกลัวจนไม่กล้าทำอะไร ถึงตอนนั้นก็แย่ของจริง ตอนนี้คนประเทศอื่น ทำหนังลง Netflix กันเยอะนะครับ มีหนังใหม่ๆ ของประเทศอื่นเต็มไปหมด เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐ เกาหลี  บางอันก็ดัง บางอันก็ไม่รู้จัก 

ถังดับเพลิง ตรวจสภาพยังไง, ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง

ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง * ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder ภาพจาก safetymanshop.com ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder : ถังแดง  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C,D วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง * ดูที่เข็มมาตรวัด ถ้าสีเขียวคือโอเค ถ้าเข็มเอียงมาทางซ้ายในโซนสีแดง ต้องเติมแรงดัน * ให้คว่ำและฟังการไหลของผงเคมี ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าสารเคมีหมดอายุจับกันเป็นก้อน * สายฉีด ตัวถัง ด้ามจับ มีแตกชำรุด อุดตันหรือไม่ ภาพจาก uandnsupply.safety * ฮาโลตรอน Halotron  ภาพจาก safetymanshop.com ฮาโลตรอน Halotron : ถังเขียวต้องดูอีกทีเพราะถังเขียวอาจใส่สารได้หลายแบบอาจไม่ใช่ฮาโลตรอน  ไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C * คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ภาพจาก safetymanshop.com คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 : ถังแดงปากแตร  ไม่เหลือกากไว้  เหมาะกับ ตู้ไฟ ห้องคอม ห้องเซอร์เวอร์ ห้องเครื่องเสียง สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบ CO2 ให้ชั่งน้ำหนักถังและเทียบน้ำหนักที่แจ้งไว้ในเสปคถังดับเพลิง * สเปรย์ สเปรย์ : สามารถดับเพลิงประเภท K เหมาะกับใช้ในครัว สูตรน้ำดีกว่าสเปรย์โฟม ...

ปีอธิกสุรทิน อธิกมาส อธิกวาร และ การทดปฏิทิน

 ปีที่แบ่งตามรอบพระอาทิตย์ (สุริยคติ) มี 2 แบบ คือ 1. ปกติสุรทิน คือ มี 365 วัน 2. อธิกสุรทิน คือ มี 366 วัน (เดือนกุมภาฯมี 29 วัน) การคำนวน ปีอธิกสุรทิน ตรงนี้บางท่านจะจำได้แต่เพียง ว่า หาร 4 ซึ่งไม่ใช่แค่นั้นครับ ความจริงแล้ว จะมีสูตรคำนวณที่ถูกต้องคือ ให้เอา ค.ศ.ตั้ง แล้วเอา 4 หาร หากหารลงตัวก็ใช่ ยกเว้น 100 หารลงตัว แต่หาก 400 ลงตัวก็ให้นับเป็นอธิกสุรทินด้วย (เช่น ปี 1900 ไม่เป็นอธิกสุรทิน แต่ปี 2000, 2004 เป็นปีอธิกสุรทิน) ปีที่แบ่งตามรอบพระจันทร์ (จันทรคติ) แบ่งเป็น 3 คือ 1. ปกติมาส-ปกติวาร  (บางที่เขียนย่อ เป็น ปกติมาส-วาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ มีเดือนคู่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 15 วัน       และมีเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน       รวมวันใน 1 ปี เป็น (30*6+29*6) = 354 วัน 2. ปกติมาส-ปีอธิกวาร (บางที่เรียกเป็น อธิกวาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน        รวมวันใน 1 ปี เป็น 354+1 = 355 วัน 3. ปีอธิกมาส-ปกติวาร (บางที่จะเรียกเป็น อธิกมาส)     ...

มองแต่แง่ดีเถิด --- พุทธทาส

วันนี้กลับแท็กซี่ ตรงด้านข้างคนขับด้านหน้า เขาแปะ มงคลชีวิต 38 ประการ ส่วนด้านหลัง เจอป้ายติดไว้ที่กระจกด้านข้าง ตรงที่นั่งพอดี เป็นคำสอนของ พุทธทาส อันที่จริง เคยอ่านผ่านตามาบ้าง แต่มิได้มีสมาธิอ่านอย่างตั้งใจ และ อ่านจนจบ เหมือนตอนนั่งอยู่บนแท็กซี่นี้ เตือนสติได้ดีทีเดียว ณ จ๊ะ อันคำสอนของพระพุทธทาส เคยเห็นในร้านหนังสือ เป็นพินัยกรรม เป็็นพินัยกรรม เท่าที่นึกได้ คำว่า เท่าที่นึกได้ ท่านใช้ลายมือท่านเขียนด้วย คลาสลิคมากๆ ไว้ว่างๆ จะหาโอกาสลองมาอ่านดูบ้าง

เฉินหลงฟัดในปี 2025 The Shadow's Edge

เริ่มดูเพราะ ฉากในลิฟต์ ที่เด้งมาใน tiktok เลยรู้สึกว่า หนังดูมีอะไรจังวะ  พอดูจริงๆ หนังมีอะไรอย่างที่คิดไว้ แม้ตอนแรกๆ ตอนปล้น อาจจะให้ความรู้สึกเหมือน Now You See Me ไปบ้าง แต่หนังมีความสนุก มีอารมณ์ความรู้สึก  มีการใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง เทคโนโลยีคล้ายๆกับของ Peter Theil แต่ก็ทำงานร่วมกับคนรุ่นเก่าอย่างเฉินหลงได้อย่างดี มีการสร้างตัวร้ายที่เก่งสมน้ำสมเนื้อ  และ ทิ้งท้ายว่า จะมีภาคต่ออีกต่างหาก ชอบประโยคที่ว่า "นายต้องจบงานเองได้"