วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ไปพิพิธภัณฑ์สยาม มาแล้ว


UPDATE !!!! ดูบล็อกโพส revisit ที่ พิพิธภัณฑ์สยาม พร้อมรูปสวยงาม ได้ Museum Siam Revisited 


มิวเซียมสยาม จ้ะ

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ serie ท่องเที่ยว ดูบทความท่องเที่ยว อื่นๆ ของผม ได้ที่ ลิงก์นี้ นะครับ


จาก เอนทรีเก่า ที่ เบื่อๆ บ่นๆ ถึงที่อยากไป ตอนนี้ก็ได้ไปสองที่แล่ะ
คือ พิพิธภัณฑ์สยาม กับ หอศิลป์วัฒนธรรมกรุงเทพ


วันนี้เพิ่งได้ไปพิพิธภัณฑ์สยามมาเอง
แต่ว่า น้องไปกับเด็กญี่ปุ่นเอากล้องไปด้วย เราเลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมาเลย
ไปช่วงนี้ก็ดีเหมือนกัน อากาศเย็น
แล้วก็คนไม่เยอะมาก เพราะว่า มันเปิดมาสักพักใหญ่ๆแล้ว
คนก็เยอะอยู่นะ ส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ มีคุณแม่พาเด็กเล็กๆไปด้วย

รูปเอามาจาก Official Web ของ พิพิธภัณฑ์สยาม น้ะจ้ะ


ตอนแรก ที่เห็นภาพที่เขาโพสกันบนเวป บอกว่า เป็น กระทรวงพาณิชย์เก่า
รูปมันออกเป็นตึกเหลืองๆ
ก็นึกไปว่า เป็นตึกอีกตึกนึง ที่เคยเห็นแถวๆ สนามหลวง ( ซึ่งจริงๆนั่นเป็นกระทรวงกลาโหม มันทาด้วยสี
เหลืองเหมือนกัน เลยเข้าใจผิด )
ตอนที่มันเปิดใหม่ๆ มีคนรีวิวมากมาย มีรูปมาลงเยอะแยะ แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ก็เคยเอามาลง
แต่ไม่ยักกะมีใครบอก วิธีไป ว่าไปยังไง

รถเมล์สายไหนผ่านบ้าง




จนกระทั่งวันนี้ ลองหาๆดูแล้ว ก็ไม่มีเท่าไหร่นะ
บังเอิญคราวก่อนได้ลองค้นไปเจอเวปทางการของ พิพิธภัณฑ์สยาม พอดี
แต่เนื่องจาก SEO ของเวปมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เวลาค้นหาจาก search engine เลยทำให้มันร่วงไปไหนก็ไม่รู้

วันนี้เข้าไป ก็โชคดี ที่เขาเพิ่มแผนที่ให้แล้ว

ขอ invert เนื่องจากเรา print มันออกมาด้วยล่ะ จะได้ไม่เปลืองหมึก
แล้วลากเส้นเพิ่มละกัน เพราะว่า เราเดินทางด้วยสาย 1 เผื่อไว้สำหรับคนใช้สาย 1 เหมือนกันจะได้รู้กันเลย

ถ้าจะดูแผนที่พิพิธภัณฑ์สยามต้นฉบับก็ ไปที่นี่เลย
ลูกศรสีแดงในรูป คือ ทางเดินรถสาย 1 ที่มาจากเยาวราชนะ นี่กำลังมุ่งหน้าจะไปสนามหลวง ( สาย 1 ถนนตก-สนามหลวง )

เวลาลง เราลงที่ป้ายตรงข้ามสวนสราญรมย์ ( ตรงที่กากบาทไว้นั่นแหละ ) ตรงนั้นเป็น ร.ด. สวนเจ้าเชตุ ซึ่งคนที่เคยเรียนรด. ก็น่าจะคุ้นๆกันอยู่แล้ว

หลังจากนั้นก็เดินนิดหน่อย ผ่านวัดโพธิ์ ข้ามถนนไปก็ถึงแล้วล่ะ ใกล้ๆ 55+




พอไปถึงข้างหน้าก็ผิดไปจากที่คาดไว้นิดหน่อย
เพราะว่า ฝันไว้ว่าเป็นแบบกระทรวงกลาโหมปัจจุบัน คือ ติดถนนใหญ่ เห็นเป็นตึกใหญ่ๆเลย
แต่ไม่ใช่แหะ ต้องมองผ่านประตูเข้าไป
ก็อย่างเขาว่าแหละ เป็นสามชั้น

ห้อง 60x จ้ะ

ชอบ ห้อง 60s ( ซิกส์ตี้ )
ซึ่งปกติเราเคยได้ยินแต่ชื่อ ( เพราะว่าเกิดไม่ทันอ่ะนะ )
พอไปวันนี้เลยรู้ว่า ทำไม คนเขาถึงชื่นชอบยุค sixty กันนัก
ซึ่งเขาจำลองออกมาได้ดีทีเดียว



แล้วก็มีห้องที่เอาหนังสือพิมพ์เก่าๆ มาแปะๆให้ดูกัน ( ซึ่งเราเห็นว่า ถ้าจะอ่านจริงๆ ไปอ่านได้ที่ห้องสมุดธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ อ่ะนะ เขาเก็บไว้ทุกเล่มเลยแหละ มีหนังสือพิมพ์ชื่อแปลกๆที่เราไม่เคยเห็นกันด้วย เคยไปมานานแล้วเหมือนกัน )

แล้วก็พวกสมุด สมุดลายเก่าๆ เหมือนที่เคยซื้อมาจาก งานหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ คราวก่อนโน้น

หรือ



ห้องชาวนา ก็ทำเสียงได้ผ่อนคลาย
เสียงน้ำไหล แล้วก็เสียงแมลง
ผ่อนคลายดีอ้ะ



ห้องซากศพ เทคนิคการฉายวีดิโอก็น่าสนใจ
คือ ถ้าไม่ได้ฉายอะไร เราจะมองเห็นเป็นคล้ายๆตู้กระจก ซึ่งมีของโชว์อยู่ด้านใน
แต่พอฉาย กระจกใสกลับกลายเป็นวีดีโอ ของที่อยู่ข้างในก็ไม่เห็นด้วย



แล้วก็มีการฉายแผนที่ลงบนแบบจำลอง ที่มีนูนๆขึ้นมา
ถ้าดูเผินๆ จะนึกว่าเป็นการฉายสามมิติ ก็ทำออกมาได้สวยงาม

ห้องนี้แหละจ้ะ AR เจ๋งดี

ห้องที่ให้เด็กๆไปเขียนว่าถ้าเป็นนายก จะทำอะไร
เป็นจอ widescreen
บังเอิญตอนนั้นมีเด็กๆ อยู่ เลยหยุดมองๆ สักพัก
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า เด็กจะเขียนอะไรลงไป
รอดูไปมาสักพัก หน้าจอก็ดำ แล้วก็ขึ้น logo windows xp !!
จนพนักงานต้องไปขยับ นิดหน่อย เลยกลับมาเหมือนเดิม 55+



จากการเดินของเรา พบว่าเราเดินมั่วๆ มาจากชั้น 3 ลงมา 2 แล้วก็ลงมา 1
ซึ่งจริงๆ เวลาเข้าไปต้องตรงดิ่งไป information ก่อน
เราเลยได้ดูวีดีโอ ห้องแรก เป็นห้องสุดท้ายก่อนออกมา



พอดูหมดทุกชั้นแล้ว เหลือบดูนาฬิกา
อ้าว . . เผลอแป๊ปเดียว สองชั่วโมงแล้ว
ด้านข้างมีตู้ขายเหรียญที่ระลึก 20 บาท ที่เปิดให้เห็นข้างในเหมือนกัน
แล้วก็ร้านกาแฟ
ด้านหลังตึกเป็นที่จอดรถ แล้วก็ที่ถ่ายรูปหมู่ ( สวยนะ แต่งได้สวยเลยล่ะ )
พอออกไปจากนั่น ก็ยังไม่อยากกลับ ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ
ผ่านกระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง แล้วก็เจอสนามหลวง เหลือบไปเห็นเขามีรถเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ แล้วก็มีให้เช่าจักรยานด้วย ข้างๆ ม.ศิลปากร อ้ะ



ของขายเยอะดี แถวนั้น
สะดุดตากับ รูป พระจันทร์ยิ้ม ที่เขาขาย
เป็นปฏิทิน แล้วก็โปสการ์ด
เป็นรูปพระจันทร์ยิ้ม กับสถานที่สำคัญ เช่นวัดพระแก้ว
สวยมาก
ตรงนั้นวางกันเกลื่อน หลายเจ้าเลย
แต่ติดที่ว่ารูปพระจันทร์ใหญ่ไปหน่อย เลยรู้ว่าตัดต่อมา 55+



ตรงนั้นก็ขายพระเยอะ มีขายพวกตะกุด ( เขียนงี้ป่าวว่ะ ) แล้วก็กล่องกำมะหยี่ใส่แหวนด้วย
เดินเลาะ ไปก็โผล่ที่ท่าพระจันทร์
ตอนเดินไปถึงม.ศิลปากร ก็ตั้งใจไว้ว่า ขากลับนั่งเรือกลับดีกว่า
เพราะว่า ตอนขามา เยาวราช รถติดเหลือเกิน !!



เลยลงเรือข้ามฟาก 3 บาทที่ท่าพระจันทร์ ข้ามไปศิริราช
แล้วต่อเรือด่วน กลับบ้าน
มันมีธงส้ม ธงเหลือง แล้วก็ธงฟ้า
ถ้าจะไปดูรายละเอียดได้ที่นี่
แต่ในเวปมันบอกทางไม่ค่อยดีอ่ะ
ป้ายตรงท่าศิริราช บอกเข้าใจกว่า แต่ว่าวันนี้ไม่มีกล้อง 55+



คนโดยสารเรือเยอะเหมือนกันนะ ช่วงเย็นๆ
ผ่านแชงกอรีล่า โอเรนเต็น ดูเขาก็แต่งได้สวย
มีเรือท่องเที่ยวด้วย ข้างในจัดเหมือนโรงแรมเลย
สุดท้ายก็ขึ้นฝั่งที่ ท่า สาทร ( สะพานตากสิน )
แวะเช่าหนังมาดูก่อนกลับบ้านด้วยล่ะ

หอศิลป์กรุงเทพฯ

ส่วนหอศิลป์วัฒนธรรมกรุงเทพ ก็เป็นอีกที่ ที่ไปมาก่อนหน้านี้ได้สักพักแล้วล่ะ
การออกแบบดีมาก จนเรียกได้ว่า เวลากลางวัน ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลยก็ได้
ใช้แสงจากธรรมชาติสุดๆ
แต่ดูไม่ค่อยเป็นหอศิลป์เท่าไหร่ เหมือนกับเอาภาพวาดมาตั้งบน ระเบียง มากกว่า 55+



ถ้าเข้าไปจากทางเชื่อมรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ จะเห็นแผนผังรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เป็นรูปใหญ่บะเฮ้งเลย
ซึ่งเคยเห็นในเมลแล้วแล่ะ
แต่ว่าตอนนี้มันหายไปไหนแล้วไม่รู้
หารูปไม่เจอ



แล้วจะเห็นกลไก สำหรับลาก รถคนพิการขึ้นบันได
เป็นเครื่องไม้เครื่องมือใหญ่เหมือนกัน ดูไฮเทค
มีปุ่มกดคล้ายๆ ลิฟต์
เราก็ไม่กล้าไปกดเล่น 555+
อยากเห็นมันทำงานเหมือนกัน


จริงๆวันนี้ว่าจะแวะไปห้างฯ แต่นึกอีกที ไม่เอาดีกว่า
หาที่ใหม่ๆไป



รถติดนานๆ ก็ไม่ได้หัวเสียเลยทีเดียว เพราะว่าได้ดูโน่นนี่
รถเมล์ที่รอนาน ก็ได้มองคนรอบๆ ตรงป้ายรถเมล์
มันดีกว่า เฉาๆ อยู่บ้านอ่ะ

ออกไปเปิดหูเปิดตา 55+

ไม่มีความคิดเห็น:

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...