ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การเงินบนบล็อกเชนสาธารณะ (public blockchain)

จดๆมา


* การไม่มีตัวกลาง (มนุษย์ถ้ำ) -> ตัวกลาง (ธนาคาร) (เป็นกลางจริงหรือไม่, ดีอย่างไร) -> Decentralization (ดีอย่างไร)

* Decentralized finance (DeFi) จะมาฆ่าแบงค์? 


เงินแบบใหม่มีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อให้เงินเป็นเงินอยู่

* มุมเศรษฐศาสตร์: ชำระเงิน, ปล่อยกู้(สินเชื่อ) กู้ยืม ดอกเบี้ย, แลกเปลี่ยน, ทำประกัน, การพิมพ์เงิน, ทำอนุพันธ์ บน public blockchain (bitcoin, etherium, etc.) แล้ว work ไหม

* เอาหุ้นไปออกเป็นเหรียญ เพื่อระดมทุนไปผลิตสินค้าและบริการ และ จ่ายผลกำไรกลับมา 

แต่เหรียญไม่ได้แจกกำไร, คนได้เงินจากการเทรดเหรียญ

* หุ้นกู้, กอง reit 

เช่น real world asset tokenization ทำให้ซื้อขายง่าย โอนง่าย เช่น เอาอสังหามาเปลี่ยนเป็น token แล้วไปซื้อขาย (คล้าย reit คือ กองรวมกันแล้วซื้อขายเป็นหน่วยย่อย)

ข้อดี: 

- ต้องขออนุญาตเพื่อความเชื่อมั่น มีคนคัดกรองแล้วว่าของดี โอกาสโดนโกงน้อย รู้ว่าใครทำผิด รู้ว่าจะลงโทษเขายังไง ถ้าทำไม่ดีสังคมไม่เชื่อถือคนนี้อีก

เหรียญ Destiny token, Origin real estate token (คล้ายหุ้นกู้)

ข้อดี

- ต้นทุนถูกกว่า

ข้อเสีย: 

- เนื่องจากเป็นของใหม่: ถ้าเสียหายใครจะรับผิดชอบ ใครจะสร้างความเชื่อมั่น ไม่ปฏิบัติตามสัญญา มีกลไกอะไรเอาเงินคืน ศาลรับฟ้องไหม กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กลต เช่น การฉ้อโกง Lunar coin 

ควรเอามาตรการทางกฎหมาย มาปรับให้ดีขึ้น

- (รวมถึงเหรียญของ Hedge Fund ต่างประเทศ) ณ ปัจจุบัน ตลาดรองคนยังไม่เยอะ (Volume trade ค่อนข้างน้อย มีคนสนใจลงทุนที่มีความเห็นต่างกันไม่เยอะ (ถ้าคนคิดว่าหุ้นจะขึ้น และ หุ้นจะลง จำนวนพอๆกันและซื้อขายตลอด สภาพคล่องจะสูงตามไปด้วย)) ราคาเหรียญยัง swing สูง ทำให้ยังเป็นนักลงทุนแบบนักเก็งกำไรมากกว่า ไม่มีนักลงทุนระยะยาว (ถ้าไม่มีใครอยากซื้อ หรือไม่มีใครสนใจ จะเก็บที่ไหนก็ไม่มีใครอยากซื้ออยู่ดี)


โลกปกติปัจจุบัน: ขออนุญาตการเงิน, มีการอบรม, บางอย่างทำแล้วผิดกฎหมาย 

มีคนตรวจสอบ มีเงินอยู่จริงในธนาคารสามารถใช้เงินได้ ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่น เราจะถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้

อาศัยกติกา ควบคุม เบื้องหลังในการจ่ายชำระไม่เหมือนกันเลย เช่น เงินสด บัตรเครดิต เงินดิจิตอล

ดิจิตอล: public blockchain: 

* ไม่ต้องการอยู่ใต้กติกาของ trusted 3rd party เช่น บริษัทเอกชนและรัฐ, รักษาความเป็นส่วนตัว, ไม่มีการเปิดเผยตัวตน (Pseudonymous) ไม่ต้องยื่นบัตรประชาชนเปิดบัญชี

* มั่นใจว่าไม่มีใครระงับธุรกรรมเรา (แก้ปัญหาแบงก์จะริบเงินเราเมื่อไหร่ก็ได้)

* ใครจะทำอะไรก็ได้ (Permissionless) เช่น ปล่อยกู้; คนไม่มีtrack recordไม่เคยทำธุรกิจมาระดมทุนได้ ไม่ต้องใช้ผลกำไร งบการเงินย้อนหลัง; คล้ายทำอาหารกินในวงกว้างแบบไม่ต้องขออย, เอากฎหมายทิ้งไปหมด อยากจะทำอะไรก็ทำ -> เอาปัญหากลับมาหมดเลย แล้วหวังว่า user มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาหรือยอมรับปัญหาด้วยตัวเอง

* ทุกวันนี้การทำธุรกรรมอยู่บนพื้นฐานความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ถ้าไม่รู้จักกันจะอยู่บนพื้นฐานของหลักประกัน(หรือชื่อเสียง แต่ชื่อเสียงไม่สามารถสร้างได้ใน blockchain) ตัวอย่างเช่น ปล่อยกู้เงิน(สินเชื่อ)อยู่บนพื้นฐานของหลักประกัน ให้เงินตามมูลค่าหลักประกัน เช่น แบงก์ ร้านทอง โรงรับจำนำ (เช่น รับซื้อหม้อหุงข้าวต่ำกว่าราคาตลาด สามารถไปขายต่อได้)


ข้อจำกัดของ blockchain

* ช้า เมื่อเทียบกับ database แบบดั้งเดิม performance แย่กว่า database ดั้งเดิม (เขียนลง block ต่อเป็น chain มี verify: เนื่องจากอยู่บนโลกที่ไม่เชื่อใครเลย (permissionless) ไม่เชื่อผู้ให้บริการฐานข้อมูลที่อาจผูกขาดสิทธิโดยคนใดคนหนึ่ง จึงต้องทำท่านี้, แต่ปัจจุบันคนรู้จักกัน(โอนเงินต้องสแกนหน้า)ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ blockchain) 

บางอย่างทำบน database ธรรมดาก็ได้ เช่น ท่าเรือทำ track supplychain ซึ่งตอนนี้ปิดตัวไปเยอะแล้ว

* ไม่เปิดเผยตัวตน ไม่ทราบว่าใครเป็น Founder ของบริษัท ถ้ามีการระดมทุน อาจระดมทุนแล้วทิ้งเลย เพราะรวยแล้ว หรือขอให้เปิดเผยตัวตนก็เชื่อถือไม่ได้ เพราะใน blockchain สามารถสร้างบัญชีใหม่ได้เสมอ สามารถสร้างตัวตนใหม่ได้เสมอ (เบี้ยวหนี้, ผิดกฎหมาย ไม่มีเครดิตบูโร ไม่มีประวัติให้เห็น)

* ฉ้อโกงได้ กลับไปแก้ไขไม่ได้ บันทึกแล้วต้องเป็นไปตามนั้น (blockchain โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้น แต่ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นในนั้นไปดีลกันมาแล้วมาบันทึกก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน)

* public blockchain ข้อมูลเข้าถึงได้โดยคนทั่วไป คนอื่นจะรู้ธุรกรรมทุกอย่างว่าเราทำ เราสามารถย้อนกลับได้ว่าเราเป็นใคร เช่น ไปสังเกตว่าไปกินชานมทุกๆ 9 โมงเช้า 3-4 ครั้งแล้วรู้ว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้น สามารถ identify ได้ว่าเป็นคนนั้น

     - ระบบการชำระเงินไม่ต้องเปิดเผยตัวตน: ให้ coin ไป ได้ของกลับมา โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก แต่เมื่อซื้อกาแฟปุ๊ป ถูกเปิดเผยตัวตนทันที

* กรณี Lunar, Terra, สามารถตามไปดูนักลงทุนที่ลงทุนแล้วเจ๊งว่า มี portfolio ลงทุนเยอะแค่ไหน หรือ ลงทุนเสี่ยงแค่ไหนได้

* ใช้เงินจริงซื้อ coin ไป แล้วจู่ๆ coin ไม่มีค่า

* การประกัน: A ไม่สามารถซื้อประกันบ้านให้ B ได้ เพราะ A ไปเผาบ้าน B เอาประกัน แต่ใน blockchain ไม่รุ้ว่าใครเป็นใคร

* บอกว่าจะจ่ายปันผล แต่ไม่จ่ายให้ blockchain ไม่สามารถไปทวงปันผล(หรือดอกเบี้ย)ได้ ต้องพึ่งกลไกอื่นอยู่ดี เช่น นักกฎหมาย ช่วยทวงปันผล 

* blockchain ปิดได้ ถ้าทุก node พร้อมใจกันปิดพร้อมกันหมด (Lunar ปิดได้เหมือนกัน)

* เวลาอัพเกรด software ที่ compatible ต้องติดต่อทุกคน upgrade พร้อมกันหมด การพัฒนา software ช้า

* ต้นทุนแพง ซื้อ software เอง ซื้อ hardware เอง -> ไปเช่าบน cloud กลายเป็นทุก node ตั้งอยู่บน datacenter เดียวกัน ทำให้เร็ว แต่ทำให้ล่มได้

ลงทุนมากกว่าผลประโยชน์ที่เราได้จากผลิตภัณฑ์

* private blockchain คนเข้าถึงได้ไม่กี่คน ซึ่งคนสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบน blockchain ได้ ทำให้สิ่งที่ blockchain จะให้มันจำกัด

database <-- private blockchain(ไปไม่สุดซักทาง: เสีย permissionless, แถมแพง) ---> public blockchain

ข้อดี

blockchain หรือ BIS ให้ธนาคารกลางแต่ละที่ร่วมมือกันทำฐานข้อมูลเดียวกัน

ใครเป็นเจ้าของ ระแวงไหมว่าใครแอบแก้ข้อมูลโดยพลการ 

v.s. โอนข้อมูลข้ามฐานข้อมูลที่อยู่คนละแบงก์ (แบงก์ที่รับเงินกลายเป็นลูกหนี้เราแล้ว และต้องขนเงินตามไป)

สร้างความมั่นใจระหว่างกัน เชิญชวนมาใช้ฐานข้อมูลร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบางอย่าง

คล้ายแทนที่จะขายข้ามตลาดก็รวมตลาดอยู่ที่เดียว


CBDC (Central Bank Digital Currency) นำเงินใช้ข้ามพรมแดน เดินทางไปต่างประเทศ ทำให้ ทำธุรกิจไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ลงทุนต่างประเทศ 
แทนที่จะเจอกับอุปสรรคโอนเงินข้าม bank, หรือ KYC

อย่างไรก็ตาม ของบางอย่างไรพรมแดนได้ แต่บางอย่างไร้พรมแดนไม่ได้ 100% (เช่น ทำไม Netflix ดูซีรีส์เกาหลีที่จีนไม่ได้, มี digital fence)
อาจต้องมีรั้ว เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย 
การรวมเงิน euro มีประเทศที่ดีและไม่ดี อาร์เจนติน่าที่คนหมดความเชื่อมั่นในเงินตัวเองที่เพิ่งเปลี่ยนปธน ปธน ใหม่บอกให้ทุกคนย้ายไปดอลล่าร์หมด (สูญเสียอธิปไตยทางการเงิน สูญเสียความสามารถ ธนาคารกลาง ที่ช่วยให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ ทำให้ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเอง)

ดู live เต็มๆ : https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=1080464786293168


สัพเพเหระอื่นๆ:

* Technology hype cycle เช่น bit coin, generative A.I., etc.

ตอนแรก คนกลัวตกรถ (FOMO) ผู้บริหารตั้งคำถามว่าเอาไปทำนี่ได้ไหม ทำไมไม่ทำคนอื่นเขาทำไปหมดแล้ว

* ขุดเหมือง: เปิดคอมไว้ จะได้เงิน
* bitcoin paper เผยแพร่ครั้งแรก 2018 เส้นทางเดินทางการเงินใหม่ ที่ผิดพลาดเหมือนเส้นทางการเงินแบบเดิมๆ ที่ได้ regulate ไปแล้ว อาจต้องปรับกฎหมายให้เข้ากับ tech ใหม่
* Regulator: เมกาพิจารณาคดีเรื่อง blockchain ใช้กฎหมายเก่า
- กฎหมายไมก้าของยุโรป เน้นเรื่องเงินเป็นหลัก นิยามคำว่าเงินบน blockchain
- กฎหมายสหรัฐ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ เขียนไว้กว้างมาก: เมื่อให้เงินไปแล้ว คนรับเงินต้องทำประโยชน์แก่เราในอนาคต สัญญาลงทุน เป็นหลักทรัพย์หมด
   - ถ้าขายหลักทรัพย์ ไม่ได้ขออนุมัติก่อน  ต้องไปคุยกับ กลต, Terra Lunar ที่ Mark โดนฟ้องไป เพราะผิด พรบ หลักทรัพย์ (สัญญาไม่ได้รับรองโดยกฎหมาย ไม่มีกติกา ไม่มีกรรมการ ต้องมีคนดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารที่เรากินไม่เป็นพิษ; คนในวงการกฎหมายต้องมีจริยธรรม จรรยาบรรณ Ethics ด้วย)
* โลกการเงิน: บางทีความกลัว ความกังวล ขาดtrust ทำให้เกิดปัญหาเพราะไม่มีมูล เช่น คนคิดว่า bank มีเงินพอให้ทุกคนถอนไหม
bank ในฮ่องกง: ทำกันสาดเพื่อให้คนมาหลบฝนได้วันฝนตก ฝนตก คนต่อคิวหน้าแบงก์เพราะมาหลบฝน->คนอื่นคิดว่ามาถอนเงิน->แบงก์เจ๊ง

บริการของ SET

- NDID บริการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้สินค้าหรือบริการ โดยที่ไม่ต้องไปธนาคาร

- ELG บริการหนังสือประกันสินค้า letter of guarantee ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ทำ import, export ได้

- ซื้อพันธบัตรทาง App ผ่าน blockchain ได้


เงิน

จะมั่นใจได้อย่างไรว่าอีกฝั่งจะคืนเงินให้เรา (ทั้ง ไปฝากเงิน หรือ เอาเงินไปลงทุน) (มีทั้งความสามารถและความยินยอมที่จะชำระ)

สัญญาการเงิน (บันทึกบน กระดาษ ดิจิตอล หรือ blockchain) ต้องมั่นใจได้ว่าสัญญาจะลุล่วงไปตามนั้น รัฐเป็นผู้บังคับใช้สัญญา, กำหนดว่าสัญญาห้ามทำเพราะขัดต่อศีลธรรมอันดี, การฉ้อโกง ให้ข้อมูลผิด บิดเบือน

บ.จำกัดไม่สามารถขายหุ้นให้ประชาชนในวงกว้าง มีกลไกบางอย่างเพื่อให้ประชาชนที่ไม่รู้ไว้ใจได้

เงินมีค่าเพราะคนเชื่อมั่นในรัฐบาลที่ออกเงิน

1) เงินนอก (เงินมายา): เกิดตามธรรมชาติ เช่น ทองคำ: ทุกคนอยากได้

coin ที่ไม่ได้ตรึงกับ $ (เช่น Lunar coin): ทุกคนเชื่อว่ามีราคา

coin ตรึงอัตราแลกเปลี่ยน (เช่น Terra coin): พอไปซื้อ coin ที่ไม่ตรึงกับ $ ได้ ก็คือเงินมายาซ้อนเงินมายาอีกที

ถ้าคนหมดความเชื่อถือ ก็หมดค่า

2) เงินใน (เงินหนี้) เกิดบนพื้นฐานความเชื่อว่า ลูกหนี้ชำระหนี้ได้

เงินในแบงก์: ถ้ามีเงิน 100 บาทในแบงก์ สามารถไปใช้จ่ายที่อื่นได้ เดี๋ยวแบงก์ตามไปชำระหนี้ให้ (แบงก์เป็นลูกหนี้เราอีกที)

เงินใน silicon valley bank ไม่มีใครเชื่อ

อยู่บนพื้นฐานที่ว่า เราอยากเป็นเจ้าหนี้กันต่อไหม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

[ AI ] IBM granite, NVIDIA robotics, IBM Langflow, watsonx, LMCache, LiteRT, Self driving car, Mamba model, RAG

 IBM granite: Time series from sensor, stock market * Forcast * Anomaly detection - classification high medium risk, data synthesis Embedding AI - 1M params - edge device - small AI Send insight --- NVIDIA * Jackson Thor robotic * Nemo ---- * IBM Langflow : open source * Watsonx (n8n) Enterprise : guardrails / log, tool using policy ----- LMcache : open source KC cache Prompt -> key value (RAGs) Same context ( e.g. same docs) Reduce operating costs CacheGen : make cache cheap to move and store CacheBlend : reuse chunk, not just prefix ---- Google มี framework ที่ optimize AI บน mobile phone นั่นคือ LiteRT : google pytorch Quantisation เท่าไหร่บน device นี้ Model explorer: quantize แล้ว error < 5% XMNpack ใช้ CPU ลดลง Google AI edge portal : benchmark AI on real device ---- Self driving car * Nvidia Alpamayo 2 model * Carla simulation Random forest -> multiple scenarios -> json -> LLM Car talk to mobile phone (cross the road) ----- Mamba model (recursive)  - alte...

EJB development ด้วย Glassfish Server -- Part 2 ( Create a project )

สร้าง project สำหรับ EJB module สร้าง EJB project ชื่อว่า titan-ejb เลือก Target Runtime : Glassfish คลิกขวาที่ Project ติ๊ก JPA facet, และ configure JPA facet ให้ใช้ connection profile ที่สร้างไว้แล้ว >>>>>>>>>>>>>>>>>>> วิธีสร้าง JPA Entity: - คลิกขวาที่ Project Explorer - New->Class ชื่อ com.titan.domain.Cabin implement java.io.Serializable [ Serializable คือ สามารถ convert class to String แล้วส่งไปที่ network ได้ ] วิธีสร้าง implement class บน eclipse มันก็จะสร้างฟังก์ชั่นโบ๋ๆ มาให้ package com.titan.domain; import java.io.Serializable; public class Cabin implements Serializable { } - Add the fields static final long serialVersionUID = 1L; private int id; private String name; private int deckLevel; private int shipId; private int bedCount; - สร้าง getters and setters สำหรับ id, name, deckLevel, shipId, and bedCount. [ ใน eclipse ง่ายมาก ไปที่ Source > Generate setters and getters ( หรือ คลิกขวาตรงที่เขียนโค้ด So...

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

เฉินหลงฟัดในปี 2025 The Shadow's Edge

เริ่มดูเพราะ ฉากในลิฟต์ ที่เด้งมาใน tiktok เลยรู้สึกว่า หนังดูมีอะไรจังวะ  พอดูจริงๆ หนังมีอะไรอย่างที่คิดไว้ แม้ตอนแรกๆ ตอนปล้น อาจจะให้ความรู้สึกเหมือน Now You See Me ไปบ้าง แต่หนังมีความสนุก มีอารมณ์ความรู้สึก  มีการใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง เทคโนโลยีคล้ายๆกับของ Peter Theil แต่ก็ทำงานร่วมกับคนรุ่นเก่าอย่างเฉินหลงได้อย่างดี มีการสร้างตัวร้ายที่เก่งสมน้ำสมเนื้อ  และ ทิ้งท้ายว่า จะมีภาคต่ออีกต่างหาก ชอบประโยคที่ว่า "นายต้องจบงานเองได้"

แนะนำ ยาบำรุงครรภ์ จับซาไท้เป้า หรือ 13 องครักษ์พิทักษ์ครรภ์ ยาจีน บำรุงครรภ์

จับซาไท้เป้า  ยาบำรุงครรภ์ สมุนไพรจีน ช่วงนี้เพื่อนๆ เริ่ม ทยอย แต่งงาน กันแล้ว นะครับ เราเองก็มียาจีนมา นำเสนอ ซึ่งเป็น ยาดี ที่คุณแม่ ของเรา ทาน ตอนคลอดเรา นั่นก็คือ "จับซาไท้เป้า" ยาบำรุงครรภ์ นั่นเอง เงง เงง เงง เงง จับซาไท้เป้า เป็น ยาจีน ซึ่ง ประกอบไปด้วย สมุนไพร จีน 13 อย่างด้วยกัน มี สรรพคุณ เป็น ยาบำรุงครรภ์ บำรุง ทั้งคุณแม่ และ คุณลูก เลย เรียกได้ว่า สรรพคุณ ครบครัน บำรุง คุณแม่ ช่วงตั้งท้อง ช่วยให้ คุณลูก แข็งแรง มีผิวพรรณ สะอาดสะอ้าน ในตอนที่คลอดออกมา จะ คลอดง่าย ตัวจะไม่มีคราบไขมันติดเยอะ จ้า วิธีกินจับซาไท้เป้า ทานตั้งแต่ท้อง 5 เดือนขึ้นไป 2 อาทิตย์ทาน 1 ห่อ ทานจนคลอด ศิริรวมแล้ว ถ้าทาน ครบ dose โดยเริ่มตั้งแต่ 5 เดือน ต้องทานทั้งหมด 10 ห่อ จ้ะ วิธีต้มจับซาไท้เป้า  1 ห่อ ต้มได้ 2 ครั้ง ครั้งแรก ใส่น้ำ 3 ถ้วย ต้มเหลือ 8/10 ถ้วย ครั้งที่ 2 ใส่น้ำ 2.5 ถ้วย ต้มเหลือ 7/10 ถ้วย ซื้อที่ไหนดี หลายๆ คน มักจะมีคำถาม ว่า จับซาไท้เป้า ซื้อที่ไหน  ซึ่งเราเอง แนะนำร้านขาย จับซาไท้เป้า ซึ่งก็คือ ร้าน ขายยา ย่ง เช...

รีวิว: Human Resource พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา สปอยแหลก

a.k.a. ชนแม่งเลย หนังเป็น พี่เต๋อ ที่พร้อมจะหักมุมตลอดเวลา คาดเดาอะไรไม่ได้เลย หนังที่คิดว่าเป็นหนังคนทำงาน ดันมีฉาก เรท R มาเฉย ได้ข้อคิด แต่ไม่ได้ชอบมาก เพราะ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่มาคิดเรื่องพวกนี้เลยสักนิด  ถ้าตอนนี้ไปดูประเทศสหรัฐ (ที่กำลังบูมเรื่อง AI) ประเทศจีน (ตามมาติดๆ หรือนำไปแล้ว?) ประเทศ ไต้หวัน (ที่กำลังบูมเรื่อง เซมิคอนดักเตอร์) ประเทศเกาหลี (แซมซัง ก็ไล่มาติดๆ) ประเทศเวียดนาม (ที่ต่างชาติไปลงทุนมากๆ) จะไม่มีคำถามอะไรพวกนี้ในสมองเลย ลองไปฟังวิทยุช่องจีน ในเมืองที่เจริญๆ เมืองเศรษฐกิจ จะมีแต่ภาพ อนาคต ความหวัง ของใหม่ โรงงานใหม่ วิธีทำงานแบบใหม่ positive กว่ามาก ถ้ามัวแต่คิดเหมือนที่หนังปูในตอนแรก จะทำให้เรา ตกอยู่ใน loop นรก ซึ่งยิ่งคิดยิ่งแย่ แย่จนไม่คิดจะลงมือทำอะไรเลย เพราะจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว สื่อ อย่าไปออกเรื่องไม่ดีมาก ออกเรื่องดีๆบ้าง เดี๋ยวคนในประเทศหวาดกลัวจนไม่กล้าทำอะไร ถึงตอนนั้นก็แย่ของจริง ตอนนี้คนประเทศอื่น ทำหนังลง Netflix กันเยอะนะครับ มีหนังใหม่ๆ ของประเทศอื่นเต็มไปหมด เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐ เกาหลี  บางอันก็ดัง บางอันก็ไม่รู้จัก 

กระแส AI อุตสาหกรรมอะไรดีบ้าง

กระแส AI Super Cycle ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับคนทำซอฟต์แวร์ แต่กำลัง "ยกแผง" อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทั้งหมด โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ครับ: 1. อุตสาหกรรมพลังงาน (Energy & Utilities) AI คือ "จอมเขมือบไฟ" ทำให้บริษัทที่ทำระบบผลิตไฟฟ้าและจัดการพลังงานกลายเป็นพระเอกใหม่ โดยเปลี่ยนจากพลังงานแบบเดิมมาเป็นเทคโนโลยีที่สะอาดและเสถียรมากขึ้น สิ่งที่ดีขึ้น: มีการนำเทคโนโลยี Fuel Cell มาใช้ผลิตไฟฟ้าโดยไม่ผ่านการเผาไหม้ เพื่อตอบโจทย์ Data Center ที่ต้องรัน 24 ชม. ตัวอย่าง: Bloom Energy (BE): ใช้ระบบ Solid-oxide Fuel Cell เปลี่ยนก๊าซเป็นไฟฟ้าให้ Oracle แบบ 100% ในโปรเจกต์ยักษ์ Delta Electronics: กลายเป็นตัวตึงด้านระบบจัดการพลังงานที่กำไรทุบสถิติประวัติศาสตร์ 2. อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และเซมิคอนดักเตอร์ (Hardware & Supply Chain) เมื่อ AI ต้องประมวลผลมหาศาล อุปกรณ์เบื้องหลังจึงต้อง "อัปเกรด" ขนานใหญ่ จนเกิดสภาวะ "คนขายเป็นใหญ่" (Seller's Market) สิ่งที่ดีขึ้น: ความต้องการชิ้นส่วนเฉพาะทางพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งแผ่นรองชิป, หน่...

ฮันนะซัง สวยสั่งได้ [ 200 Pounds Beauty ] (ไม่สปอย)

จริงๆชื่อเรื่องไม่ได้ทำให้อยากดูเลยสักนิด วันนี้น้องเปิดหนังเรื่องนี้ เราอยู่ห้องเดียวกันก็เลยดู ดูไปสักพัก ติดเลยอ่ะ หนังฮอลลิวูดหลายเรื่องที่ดูแล้วติดงอมแงม ไม่กล้าเปลี่ยนช่อง หรือว่าลุกไปฉี่ เพราะว่า อยากดูต่อ เรื่องนี้ก็เหมือนกัน เป็นเสน่ห์ของหนังเกาหลีเลยนะเนี่ย ทุนสร้างไม่สูง ไม่มีเอฟเฟคหวือหวา แต่เนื้อเรื่องกินใจมาก พล๊อตเรื่องที่สามารถพลิกไปพลิกมาได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถเดาตอนต่อไปได้ จริงๆ ตอนแรกฟังเพลงใน fwdder.com ก็เฉยๆ นะ ไม่ได้พิศวาสเพลงอะไรมากมาย แต่พอดูหนังจบ เลยต้องเปิดฟังอีกรอบนึงเลย 55 น้องบอกว่าเรื่องนี้สร้างมาจากการ์ตูน คนเขียนการ์ตูนหลายๆเรื่อง มีจินตนาการสูง ชอบจริงๆ ดูให้ได้นะ ..