ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิจารณ์ แสงแห่งศตวรรษ syndrome of the century ( สปอยแหลก )


แสงแห่งศตวรรษ

ใครอยากไปดูในโรงหนัง หรือ จะซื้อแผ่นที่ uncensor มาดู
หยุดอ่านซะ เดี๋ยวรู้เรื่องก่อนแล้วไม่สนุก

เราดูเวอร์ชั่น uncensor จนจบแล้ว
อ่านในบล๊อกเขาที่เขาอธิบายความหมายแล้ว

ขอบคุณ neogravity สำหรับแผ่นนะครับ

ความเห็นส่วนตัวเรื่องการเซ็นเซอร์หนังเรื่องนี้1. บรรทัดฐานการเซ็นเซอร์ไม่เหมือนกัน
ทั้งหนังโรงไทย หนังโรงฝรั่ง หรือ ละครโทรทัศน์

1.1 ของขึ้น
ดูแล้วน่าจะเป็น "ของปลอม"
แต่กลับไม่มีการเซ็นเซอร์ "ของปลอม" ในหนังฝรั่งหลายๆเรื่อง

1.2 ไม่รู้ว่าเป็นหน่วยงานเดียวกันหรือเปล่าที่เซ็นเซอร์ โรงหนัง กับ ละครโทรทัศน์
แต่ควรเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

หมอกินเหล้า จากที่ดู หมอในเครื่องแบบไม่ได้จิบเหล้า
ทั้ง อาจารย์หมอที่เทเหล้า ก็ไม่ได้ใส่เครื่องแบบ
เหมือนในเรื่อง สงครามนางฟ้า


พระดีดกีตาร์ โดนเซนเซอร์
แต่พระเอกข่มขืนนางเอกในละคร ฉายได้
( จริงๆ มีโอกาสเป็นไปได้ โดยอารมณ์ของตัวหนัง ที่ทำให้พระไปดีดกีตาร์ได้

จริงอยู่เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ (อ่านในความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ข้อ 11)

แต่ด้วยเหตุผลหลายๆเรื่องย่อมเป็นไปได้ และภาพที่ออกมาก็ไม่ได้น่าเกลียดถึงกับขนาดต้องเซ็นเซอร์

ตอนแรกที่ได้ยินถึงฉากนี้ เราคิดภาพไปว่า พระนั่งยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา ดีดกีตาร์และร้องเพลงโหวกเหวก โดยไม่มีอาการสำรวม

แต่ภาพที่ออกมากลับต่างกันออกไป )

2. เป็นการช่วยสร้างกระแส โปรโมตให้คนอยากดูหนังมากขึ้น โดยเฉพาะ หนังเรื่องเต็ม หรือว่า ฉากที่ถูกตัดไป
ทำให้มีการขวนขวาย ส่งต่อ ฉากที่ตัดไปให้ดู
ซึ่งในปัจจุบัน ทำได้ไม่ยากนัก

แทนที่จะเซ็นเซอร์หนังไปเลย
น่าจะทำเป็นคำเตือนขึ้นมาระหว่างหนังฉาย
หรือ แผ่นพับให้ความรู้ เกี่ยวกับหนัง เช่นเดียวกับ ที่เราเห็นจากเรื่อง Davinci Code

ความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ( ย้ำ ความเห็นส่วนตัว )1. โปสเตอร์กับชื่อเรื่องสวย ประทับใจตอนแรกคือโปสเตอร์หนัง ชื่อหนังดึงดูดให้หามาดูมาก
แต่ ในหนังไม่ได้แสดงถึงความสวยงามของโปสเตอร์และชื่อเรื่องเท่าที่ควร

2. ฉากเริ่มต้น ตั้งกล้องไว้นิ่งๆ ปล่อยแต่เสียงคนคุยกัน
เป็นทริกที่ดี ทำให้ต้องตั้งใจฟัง เสียงคนที่คุยกัน

แต่ใช้ผิดที่ผิดเวลา เพราะตรงนั้น ต้องขึ้นชื่อคนเล่นไปด้วย
ทำให้ใส่บทพูดหลักเข้าไปไม่ได้

3. ต่อจากข้อ 2 ที่สั่งคัืท เจ๋งดี
ไม่นึกว่าจะเล่นตั้งแต่เปิดเรื่องเลย

4. ฉากแีรกสุด ที่สัมภาษณ์ น่าประทับใจ ค่อยๆเปิดเผยคาแรกเตอร์ของตัวละครให้คนดูได้รู้ได้เองว่า ตัวละครเป็นอย่างไร ดำเนินในทิศทางใด

5. บรรยายภาษาอังกฤษแปลได้เจ๋งมาก โดยเฉพาะ ฉากล้างขา
แต่คำำพูดภาษาไทยมันไม่โดนใจขนาดนั้น สั้นและผ่านไปเร็วเกินไป

6. ในบล๊อกบอกว่า ใช้ฉากเดียวกันกับเรื่องเก่าๆ
แต่เราไม่เคยดูหนังของเขาเลย เลยไม่รู้สึกอะไร

7. ทริกที่ใช้คนเดิม บทเดิม แต่สถานที่เปลี่ยน
หนังมีสิ่งที่ต้องการจะสื่อ น้อยมาก เมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ไป
เป็นการเล่าเรื่องเย่อนเย้อ
โดยเฉพาะโผล่มา 2 ซีน ซีนตอนหลังนี่เกือบหลับ

8. ฉากการรักษาด้วยพลังวัตร เป็นฉากที่กำกับภาพออกมาได้สวยทีเดียว
แต่ติดตรงที่ว่า นักแสดงที่เป็นตัวเด่นของภาพ ดันกระพริบตาพอดี
ทำให้ความรู้สึก drop ลงไปเยอะมาก

9. มีฉากไร้เหตุผลอยู่บ้าง เช่น ตอนที่หมอผู้หญิงตรวจพระอยู่
จู่ๆ ก็บอกพระว่าให้รอแป๊ป
แล้วออกไปทวงตัง คนอื่น (ซะอย่างนั้น)

หรือ ฉากที่พระหยิบยาออกมาให้หมอ

มีโอกาสเป็นไปไ้ด้ที่
พระที่มาหาหมอ จะมียาอยู่ในย่ามสะพายพอดี

และเป็นไปได้ที่
พระที่ไปหาหมอ ที่กำลังวิเคราะห์โรคของตัวเองอยู่
จะเอายาออกมาให้หมอ

แต่โอกาสที่เกิด 2 อย่างพร้อมกันนั้น น้อยเกินกว่าจะเป็นเรื่องทั่วๆไป

จริงๆเป็นฉากที่ต้องการจะใส่ แต่หาที่ใส่ไม่ได้หรือเปล่า

10. ถ้าตัดฉากไร้เหตุผล ข้อ9. ออก จะให้ความรู้สึกเหมือนดูสารคดี สัตว์โลกน่ารัก
เพราะว่าัมันเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง เป็นชีวิตปกติธรรมดาอยู่แล้ว
ไม่มีอะไรแปลก หรือ แตกต่าง ทำให้ดูแล้วจะหลับได้

11. ต่อจากข้อ 10.
จริงๆ มีเรื่องที่เกิดขึ้นมากมาย
แต่หนังกลับตั้งใจนำเสนอข้อคิด ในแง่ลบ เป็นการมองโลกเชิงลบ

ซึ่งจริงๆแล้วการนำเสนอข้อคิดสามารถทำในแง่บวก จะเกิดการสร้างสรรค์มากกว่า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

OOTOYA อร่อย ^^

เมนูอาหาร กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ อร่อยๆ ^^ ตอนแรกเล็ง เมนูพิเศษของโอโตยะ ไว้ แต่สั่ง สลัดไก่ย่างถ่าน ซอสเบซิล ไป ผักเยอะมากแต่อร่อยดี ยังได้แอบชิมของคนอื่นด้วย ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน ตัวเบ้อเริ่มเลยอ่ะ รสคล้ายๆปลาช่อน แล้วก็ของหวาน ไอศกรีมในน้ำเต้าหู้ ที่พี่กุ๋ยบอกว่า เคยเข้ามาที่ร้านแล้วสั่ง อย่างเดียวมาแล้ว ถั่วแดงเขาทำได้อร่อยมาก แต่ดันไม่มีขายถั่วแดงต้มอ่ะดิ เมนูของหวาน กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ ถ้าสั่งเป็นชุด ข้าวเติมฟรี เติมไป 2 ชาม น้ำชาเขียว refill ฟรี ชาเขียวที่นี่เขาใส่งาด้วย เหมือนที่เคยกินที่ร้าน อากะ (AKA) ที่ชั้น 7 centralworld บางคนเขาไม่ชอบกัน แต่เราเฉยๆนะ ก็อร่อยดี ข้อเสีย คือ เสริฟ ช้า ไม่ควรกินไปตอนเร่งรีบ แต่ เล็งไว้ละ ไว้จะไปกินใหม่ สาขา และ เบอร์ติดต่อ กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

[ AI ] IBM granite, NVIDIA robotics, IBM Langflow, watsonx, LMCache, LiteRT, Self driving car, Mamba model, RAG

 IBM granite: Time series from sensor, stock market * Forcast * Anomaly detection - classification high medium risk, data synthesis Embedding AI - 1M params - edge device - small AI Send insight --- NVIDIA * Jackson Thor robotic * Nemo ---- * IBM Langflow : open source * Watsonx (n8n) Enterprise : guardrails / log, tool using policy ----- LMcache : open source KC cache Prompt -> key value (RAGs) Same context ( e.g. same docs) Reduce operating costs CacheGen : make cache cheap to move and store CacheBlend : reuse chunk, not just prefix ---- Google มี framework ที่ optimize AI บน mobile phone นั่นคือ LiteRT : google pytorch Quantisation เท่าไหร่บน device นี้ Model explorer: quantize แล้ว error < 5% XMNpack ใช้ CPU ลดลง Google AI edge portal : benchmark AI on real device ---- Self driving car * Nvidia Alpamayo 2 model * Carla simulation Random forest -> multiple scenarios -> json -> LLM Car talk to mobile phone (cross the road) ----- Mamba model (recursive)  - alte...

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

รีวิว: Human Resource พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา สปอยแหลก

a.k.a. ชนแม่งเลย หนังเป็น พี่เต๋อ ที่พร้อมจะหักมุมตลอดเวลา คาดเดาอะไรไม่ได้เลย หนังที่คิดว่าเป็นหนังคนทำงาน ดันมีฉาก เรท R มาเฉย ได้ข้อคิด แต่ไม่ได้ชอบมาก เพราะ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่มาคิดเรื่องพวกนี้เลยสักนิด  ถ้าตอนนี้ไปดูประเทศสหรัฐ (ที่กำลังบูมเรื่อง AI) ประเทศจีน (ตามมาติดๆ หรือนำไปแล้ว?) ประเทศ ไต้หวัน (ที่กำลังบูมเรื่อง เซมิคอนดักเตอร์) ประเทศเกาหลี (แซมซัง ก็ไล่มาติดๆ) ประเทศเวียดนาม (ที่ต่างชาติไปลงทุนมากๆ) จะไม่มีคำถามอะไรพวกนี้ในสมองเลย ลองไปฟังวิทยุช่องจีน ในเมืองที่เจริญๆ เมืองเศรษฐกิจ จะมีแต่ภาพ อนาคต ความหวัง ของใหม่ โรงงานใหม่ วิธีทำงานแบบใหม่ positive กว่ามาก ถ้ามัวแต่คิดเหมือนที่หนังปูในตอนแรก จะทำให้เรา ตกอยู่ใน loop นรก ซึ่งยิ่งคิดยิ่งแย่ แย่จนไม่คิดจะลงมือทำอะไรเลย เพราะจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว สื่อ อย่าไปออกเรื่องไม่ดีมาก ออกเรื่องดีๆบ้าง เดี๋ยวคนในประเทศหวาดกลัวจนไม่กล้าทำอะไร ถึงตอนนั้นก็แย่ของจริง ตอนนี้คนประเทศอื่น ทำหนังลง Netflix กันเยอะนะครับ มีหนังใหม่ๆ ของประเทศอื่นเต็มไปหมด เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐ เกาหลี  บางอันก็ดัง บางอันก็ไม่รู้จัก 

ถังดับเพลิง ตรวจสภาพยังไง, ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง

ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง * ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder ภาพจาก safetymanshop.com ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder : ถังแดง  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C,D วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง * ดูที่เข็มมาตรวัด ถ้าสีเขียวคือโอเค ถ้าเข็มเอียงมาทางซ้ายในโซนสีแดง ต้องเติมแรงดัน * ให้คว่ำและฟังการไหลของผงเคมี ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าสารเคมีหมดอายุจับกันเป็นก้อน * สายฉีด ตัวถัง ด้ามจับ มีแตกชำรุด อุดตันหรือไม่ ภาพจาก uandnsupply.safety * ฮาโลตรอน Halotron  ภาพจาก safetymanshop.com ฮาโลตรอน Halotron : ถังเขียวต้องดูอีกทีเพราะถังเขียวอาจใส่สารได้หลายแบบอาจไม่ใช่ฮาโลตรอน  ไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C * คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ภาพจาก safetymanshop.com คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 : ถังแดงปากแตร  ไม่เหลือกากไว้  เหมาะกับ ตู้ไฟ ห้องคอม ห้องเซอร์เวอร์ ห้องเครื่องเสียง สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบ CO2 ให้ชั่งน้ำหนักถังและเทียบน้ำหนักที่แจ้งไว้ในเสปคถังดับเพลิง * สเปรย์ สเปรย์ : สามารถดับเพลิงประเภท K เหมาะกับใช้ในครัว สูตรน้ำดีกว่าสเปรย์โฟม ...

ปีอธิกสุรทิน อธิกมาส อธิกวาร และ การทดปฏิทิน

 ปีที่แบ่งตามรอบพระอาทิตย์ (สุริยคติ) มี 2 แบบ คือ 1. ปกติสุรทิน คือ มี 365 วัน 2. อธิกสุรทิน คือ มี 366 วัน (เดือนกุมภาฯมี 29 วัน) การคำนวน ปีอธิกสุรทิน ตรงนี้บางท่านจะจำได้แต่เพียง ว่า หาร 4 ซึ่งไม่ใช่แค่นั้นครับ ความจริงแล้ว จะมีสูตรคำนวณที่ถูกต้องคือ ให้เอา ค.ศ.ตั้ง แล้วเอา 4 หาร หากหารลงตัวก็ใช่ ยกเว้น 100 หารลงตัว แต่หาก 400 ลงตัวก็ให้นับเป็นอธิกสุรทินด้วย (เช่น ปี 1900 ไม่เป็นอธิกสุรทิน แต่ปี 2000, 2004 เป็นปีอธิกสุรทิน) ปีที่แบ่งตามรอบพระจันทร์ (จันทรคติ) แบ่งเป็น 3 คือ 1. ปกติมาส-ปกติวาร  (บางที่เขียนย่อ เป็น ปกติมาส-วาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ มีเดือนคู่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 15 วัน       และมีเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน       รวมวันใน 1 ปี เป็น (30*6+29*6) = 354 วัน 2. ปกติมาส-ปีอธิกวาร (บางที่เรียกเป็น อธิกวาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน        รวมวันใน 1 ปี เป็น 354+1 = 355 วัน 3. ปีอธิกมาส-ปกติวาร (บางที่จะเรียกเป็น อธิกมาส)     ...

มองแต่แง่ดีเถิด --- พุทธทาส

วันนี้กลับแท็กซี่ ตรงด้านข้างคนขับด้านหน้า เขาแปะ มงคลชีวิต 38 ประการ ส่วนด้านหลัง เจอป้ายติดไว้ที่กระจกด้านข้าง ตรงที่นั่งพอดี เป็นคำสอนของ พุทธทาส อันที่จริง เคยอ่านผ่านตามาบ้าง แต่มิได้มีสมาธิอ่านอย่างตั้งใจ และ อ่านจนจบ เหมือนตอนนั่งอยู่บนแท็กซี่นี้ เตือนสติได้ดีทีเดียว ณ จ๊ะ อันคำสอนของพระพุทธทาส เคยเห็นในร้านหนังสือ เป็นพินัยกรรม เป็็นพินัยกรรม เท่าที่นึกได้ คำว่า เท่าที่นึกได้ ท่านใช้ลายมือท่านเขียนด้วย คลาสลิคมากๆ ไว้ว่างๆ จะหาโอกาสลองมาอ่านดูบ้าง

เฉินหลงฟัดในปี 2025 The Shadow's Edge

เริ่มดูเพราะ ฉากในลิฟต์ ที่เด้งมาใน tiktok เลยรู้สึกว่า หนังดูมีอะไรจังวะ  พอดูจริงๆ หนังมีอะไรอย่างที่คิดไว้ แม้ตอนแรกๆ ตอนปล้น อาจจะให้ความรู้สึกเหมือน Now You See Me ไปบ้าง แต่หนังมีความสนุก มีอารมณ์ความรู้สึก  มีการใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง เทคโนโลยีคล้ายๆกับของ Peter Theil แต่ก็ทำงานร่วมกับคนรุ่นเก่าอย่างเฉินหลงได้อย่างดี มีการสร้างตัวร้ายที่เก่งสมน้ำสมเนื้อ  และ ทิ้งท้ายว่า จะมีภาคต่ออีกต่างหาก ชอบประโยคที่ว่า "นายต้องจบงานเองได้"