ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมผมยังเรียนที่มหาวิทยาลัย

มีคำพูดว่าอีกไม่นานมหาวิทยาลัยจะเจ๊ง จะไม่มีคนเรียน

แต่ถ้าสังเกตดูดีๆแล้วจะมาจากคำพูดของเจ้าของพวกแพลทฟอร์มที่ทำคอร์สออนไลน์ของฝรั่งซะเป็นส่วนมาก

อันที่จริงถ้าเราฟังผ่านๆ เราก็จะคล้อยตามคำพูดหรือกระแสโฆษณาของเขาไปทั้งหมด 

อันที่จริง ตอนแรกก็เคยเชื่อคำโฆษณาฝรั่งทั้งหมดเหมือนกัน เช่น ตอนมี social network ใหม่ๆ มีคนบอกว่า social network มาแล้ว เวป portal จะเจ๊ง แต่พอมาดูหลังๆจริงๆ คือ เวป pantip, dek-d ก็ยังอยู่ได้ 

แต่ถ้ามานั่งคิดดีๆแล้ว มหาวิทยาลัยของเราแล้วยังมีข้อแตกต่างที่เป็นข้อดีที่สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเมืองนอกและพวกคอร์สออนไลน์ได้อยู่พอสมควร เช่น

1) หลักสูตรมหาวิทยาลัย bundle สิ่งที่ควรรู้ในตำแหน่งงานนั้นมาให้หมดแล้ว

ถ้าเรียนคอร์สออนไลน์ ต้องไปงมอีก ว่าหน้าที่นี้ต้องรู้ความรู้อะไรบ้าง ต้องไป take course ไหนบ้าง ซึ่งบางทีก็จะตกๆหล่นๆ ไม่ครบ ที่แย่ที่สุด คือ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตำแหน่งที่ตัวเองอยากไปทำต้องรู้อะไรบ้าง 

แต่หลักสูตรมหาวิทยาลัยคือจัดคอร์สมาแล้วเป็นชุด คือ ถ้ารู้ตามนี้ อย่างน้อยการตัดสินใจพื้นฐานที่ทำ ก็ไม่ควรผิดพลาด และสามารถต่อยอดจากพื้นฐานนั้นได้ 

จริงๆการรู้กับไม่รู้นั้นสำคัญ การไม่รู้อะไรบางอย่าง อาจทำให้การตัดสินใจอะไรบางอย่างเขวไปจนทำให้บริษัทเจ๊งไปเลยก็มีตัวอย่างมาให้เห็นแล้ว

เคยเจอคนที่จบมาไม่ตรงสาย บางคนก็ไปโฟกัสในสิ่งที่ไม่ควรต้องไปโฟกัสตรงนั้นก็ได้ หรือบางคนก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมในส่วนที่คนที่จบมาตรงสายสามารถตอบได้ทันที แต่ไม่ได้บอกว่าจบไม่ตรงสายไม่ดี แค่คิดว่า ความรู้อาจจะขาดไปไม่ครบเท่านั้นเอง

2) สอนโดยคนท้องที่ ที่เข้าใจบริบทคนท้องที่ 

ตั้งแต่อดีตมาบริษัทญี่ปุ่นในไทยต้องส่งหัวมาจากทางญี่ปุ่นมาคุมลูกน้องคนไทย แต่ผู้นำฮอนด้าเคยบอกว่า ต้องให้คนท้องที่เป็นหัวในไทยต่างหาก เพราะคนท้องที่เข้าใจคนท้องที่มากกว่าคนข้างนอก ในหนังสือของผู้บริหารฮอนด้าบอกว่า บริษัทฮอนด้าจึงมีหัวเป็นคนไทย 

ตำราฝรั่งเป็นบริบทของฝรั่ง ซึ่งไม่ตรงกับท้องที่ของเราเท่าไหร่ จนกระทั่งมีอะไรอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์กับทางโน้น แต่ทางเราไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะไปทำงานที่โน่น เช่น คอร์ส Supply Chain ของฝรั่งเอ็มไอที สอนว่า จะส่งสินค้าจากจีน เข้าเมกาอย่างไร มีการแนะนำท่าเรือของเมกาว่ามีกี่ท่าเรือ อะไรบ้าง ทางตะวันออกมีอะไรบ้าง ถ้าจะเข้าทางตะวันตกมีอะไรบ้าง มีบอกศูนย์การกระจายสินค้าที่สำคัญ ตั้งอยู่ตรงไหน หรือแม้กระทั่ง มาตรฐานภาษีของเมกา ในการคิดภาษีรัฐกับภาษีประเทศ กฎหมายสวัสดิการภาษีของเมกา คือ ถ้ารู้ก็ดี แต่จะทำให้เสียเวลาและงงเปล่าๆ เวลาเอากลับมาใช้งานที่เมืองไทยก็มานั่งงมอีกว่าอันไหน match อันไหนไม่ match 

จะมีใครเข้าใจคนท้องที่เท่ากับคนท้องที่เอง

3) ตำราฝรั่งน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง 

จนบางทีคิดไปว่าเขียนหนังสือให้มันหนาๆเพื่อที่จะได้ขายแพงๆหรือเปล่า บางหนังสือใช้ศัพท์ยากอีก ไม่ได้อ่านวรรณกรรมเชคสเปียร์ซะหน่อย

แล้วก็เกลียดมากที่หนังสือที่พล่ามไปเรื่อย ยกตัวอย่างนึงบรรยายยาวเหยียด ยาวไปทั้งบท คิดจะเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ คิดจะพูดอะไรก็คือพูดออกมาใน paragraph เลย เลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วอะไรคือสิ่งที่โจทย์ให้มา อะไรคือสิ่งที่มึงคิดคำนวณเพิ่มเข้าไปกันแน่ อันที่สมมติใหม่นี่ยังไปใช้สมมติฐานอันไหนในของเดิมได้บ้าง เพิ่มจนงงว่าตกลงเงื่อนไขอันเก่านี่อันไหนอยากให้มีอยู่ อันไหนไม่อยากให้มีแล้ว

คอร์สฝรั่งบางคอร์สดีหน่อยสรุปมาให้ แต่ก็ยังพิสูจน์สูตรที่ไม่ต้องรู้ก็ได้ไหม ทำให้เนื้อหาดูเยิ่นเย้อ ไม่ตรงกับการนำไปใช้ประโยชน์จริงๆ คนฟังงงว่าตรงไหนสำคัญ ตรงไหนไม่สำคัญกันแน่ เพราะตอนบรรยายดูเหมือนทุกอย่างจะสำคัญไปทั้งหมด

แต่สำหรับอาจารย์ไทย หรือหนังสือไทย จะดีกว่า เพราะเนื้อหาจะเป็นลักษณะสรุปจากความเข้าใจจากหนังสือหลายๆเล่ม สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ตรงใจยุคที่อะไรรวดเร็ว

ที่มาที่ไป ถ้ารู้ก็ดี แต่การนำไปใช้แล้วประยุกต์ จะดูสำคัญกว่า ซึ่งการรู้ที่มาที่ไป หลายๆครั้งก็ไม่ได้ทำให้เราประยุกต์ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ 

ในอดีตเราเข้าใจว่าการรู้ที่มาที่ไปจะทำให้เราประยุกต์นวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาได้ แต่จริงๆแล้วดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น เท่าที่สังเกตมานวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการประยุกต์ที่มาที่ไปอันนั้น แต่มาจากการทำสิ่งนั้นด้วยวิธีที่ต่างออกไปไม่เหมือนเดิมเลยต่างหาก

4) คอร์สออนไลน์ฝรั่งเก่า (มาก) บางคอร์สเป็นคอร์สมหาวิทยาลัยดังที่โน่น ที่เปิดให้เข้าไปฟังฟรี แต่เป็นคอร์สเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ขนาดหนังสือประกอบคือยังเป็นพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ดีด หรือ ถ้าหนังสือประกอบก็คือหนังสือเมื่อ 10 ปีก่อน (แต่ก็ดีที่แอบเข้าไปดูตำราฝรั่งเมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้รู้ว่าฝรั่งสอนให้นักเรียนของเขาตีตลาดโลกตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว) 

แต่ถ้าคอร์สที่เปลี่ยนเทอมต่อเทอม อาจารย์ผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้ดีกว่า คอร์สออนไลน์ที่อัพไว้นิ่งๆไว้อย่างนั้น หรือ คอร์สออนไลน์อัพที่อัพเดตเข้าไปจนคอร์สบวมเป็น 100 กว่าคลิป มีทั้งเก่าๆใหม่ๆปนกันมั่วไปหมด 

5) วินัย 

เข้าใจว่าคนยุ่ง ไม่มีเวลา บางคนก็ซื้อหนังสือมาดอง แต่การบังคับให้เรียนตามเวลาในหลักสูตรชัดเจน การส่งการบ้านในเวลาที่ชัดเจน การบังคับให้อ่านหนังสือสอบในเวลาที่ชัดเจน จะทำให้เรามีวินัย  

เคยได้หนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่ง ถ้าคิดว่าอ่านเองจะใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะอ่านจบ เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง และ ต้องใช้สมองในการทำความเข้าใจ ถึงแม้ว่าหนังสือจะมีคลิปแถมมาด้วย แต่การจะผ่านไปแต่ละคลิปแต่ละบท ต้องใช้พลังสมอง จนต้องบังคับตัวเองให้ดูคลิปนึงจบแล้วต่ออีกคลิปหนึ่ง ดูคลิปหนึ่งก็เหนื่อยแล้วไปอู้ กว่าจะดูจบก็น่าจะ 2-3 ปี บางคนอาจดูไม่จบก็ได้

แต่การเรียนที่มหาวิทยาลัย บังคับให้เราเข้าใจมันภายใน 2-3 เดือน เพราะว่ามีสอบ มี quiz 

คอร์สออนไลน์ ก็เช่นกัน ส่วนมากคอร์สที่ประสบความสำเร็จในการเรียนสำหรับเรานี่คือ คอร์สสั้นๆ คอร์สมี 1 คลิปจบ แต่ส่วนใหญ่คอร์ส 1 คลิปจบจะเป็นคอร์สสอนกว้างๆ ไม่ได้ครอบคลุมเนื้อหามาก  

ไอ้คอร์สยาวๆ หลายๆตอนนี่ กว่าจะเริ่มอันนึงได้คือเหนื่อย กว่าจะเริ่มคลิปใหม่ได้คือเหนื่อย บางอันคนทำคลิปก็ขยันทำใส่เข้าไปเหลือเกิน คอร์สนึง 100 กว่าคลิป ใครจะไปดูหมด การมีเวลาการเรียนการสอนจำกัดในมหาวิทยาลัยนับเป็นข้อดี เพราะ อาจารย์ได้เลือกสิ่งที่สำคัญจริงๆ เข้ามา

บางคอร์สออนไลน์บังคับให้เริ่มตามเวลานี่จริงๆความรู้สึกมันควรจะเหมือนกันกับคอร์สมหาวิทยาลัย แต่ทำไมรู้สึกน่ารำคาญกว่าก็ไม่รู้ อาจจะเพราะว่า คิดว่ามึงเป็นคลิปอยู่แล้วจะมาเปิดเป็นรอบทำไม บางทีเราเองก็ไม่มีวินัยพอที่จะไปรอให้คอร์สออนไลน์มันเริ่ม ไม่มีวินัยพอจะทำการบ้านส่ง และ กระทั่งดูไม่จบก็มี 

6) สอนโดยแหล่งที่เชื่อถือได้
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำคอร์สออนไลน์เองได้ พวก life coach นี่เต็มไปหมด ประกอบด้วยความเชื่อความคิดหลากหลาย ปัญหาคือ แหล่งไหนคือแหล่งที่เชื่อถือได้จริงๆ 

บางคนบอกว่า หลักสูตรที่สอนเก่า โลกเปลี่ยนเร็ว เน้นแบบกระโดดลงไปทำเลย แต่ฮัลโหล ถ้าไม่มีความรู้ก็คงต้องไปหาวิธีจุดไฟตั้งแต่ยุคหิน รู้ไม่ครบรู้ไม่ทั่วก็ต้องตาบอดคลำช้าง อีกทั้งความรู้บางอย่างไม่ได้รู้ได้ภายในวันสองวัน อย่างเช่น skill ภาษา ขนาด A.I. เองยังต้องเสียเวลาเรียนตั้งหลายปี ถ้ากระโดดลงไปทำเลยก็อาจจะได้ แต่ตามคนอื่นทันไหมนั่นคืออีกเรื่องนึง

เหนื่อยละ แค่นี้ก่อน อย่าไปเชื่อโฆษณาชวนเชื่อของแพลทฟอร์มคอร์สออนไลน์ฝรั่งมากน้ะจ้ะ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอบสัมภาษณ์ MBA คำถามและการเตรียมตัว

 * “แนะนำตนเอง” การแนะนำตนเองไม่ใช่แค่บอกชื่อ-นามสกุล ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน หรือ ประวัติการศึกษาเท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้ต้องพูดถึง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ส่วนที่สำคัญในการแนะนำตนเองก็คือต้องขายความเป็นตัวตนของเรา ความสามารถของเรา และ/หรือวัตถุประสงค์ในการเลือกเรียนหลักสูตรนี้  พยายามตอบคำถามให้สอดคล้องกับ MBA ไม่ต้องนาน ประมาณ 2–3 นาที เน้นเนื้อ ไม่เน้นน้ำ ซ้อมพูดเยอะๆ ถือว่าเป็น First Impression * ทำไมจึงเลือกสมัครเข้าเรียนหลักสูตรนี้  ทำไมถึงมาเรียน MBA ทำไมอยากเรียน MBA ทำไม อยากเรียนตอนนี้  * ทำไม ต้องเรียน MBA ที่นี่ -- ลองศึกษา Program ของมหาลัยที่จะไปดูน้าว่ามหาลัยมีอะไรเด่น * คิดว่าถ้าเรียน MBA จะมี Challenge อะไรบ้าง * สนใจโปรแกรมอะไรบ้าง * หลังเรียนจบอยากทำอะไร * ต้องการอะไรจากหลักสูตรนี้  เรียนแล้วคิดว่าจะได้อะไร เอาไปใช้อะไรในชีวิต * ทำไมไม่เรียนสาขาอื่น ถ้าอายุงานถึงเรียนอย่างอื่นได้ * ในองค์กรที่ทำงานอยู่สามารถเติบโตได้ถึงตำแหน่งไหน * Performance ปัจจุบันเป้นยังไง  * ดูดีอยู่แล้ว แล้วมาเรียน MBA ทำไม เพราะงานที่ทำ...

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

เรื่อง matrix ที่อาจจะลืมกันไปแล้ว

Rank ของ matrix Rank ของ matrix A คือ จำนวน independent columns (หรือ rows) ของ A นั่นคือ square matrix จะ full rank ถ้า ทุกคอลัมน์ independent กัน เมื่อ full rank, det จะ = 0 วิธีหา rank อาจหาได้โดย [U, W, V] = svd(A) แล้วดูว่า rank คือ จำนวน residual ของ W ที่ไม่เป็น 0 full rank = singular matrix = หา inverse ได้ สมบัติของ rank 1. rank(AB) min(rank(A), rank(B)) ย้ำว่า wiki Null Matrix เมตริกซ์ศูนย์ (Zero Matrix หรือ Null Matrix ) คือ เมตริกซ์ที่มีสมาชิกทุกตัวเป็นศูนย์หมด Orthogonal Matrix Cramer's rule Ax = b Cramer's rule ใช้ได้เมื่อ A เป็น square matrix เท่านั้น กรณีที่มีจำนวน สมการ มากกว่าจำนวน ตัวแปร ( A mxn เมื่อ m > n ) หรือเราเรียกว่า over parameter เราไม่สามารถหา inverse ของ rectangular matrix ได้ ให้ไปใช้ psudoinverse แทน x = A + b หรือ หรือ หรือ ไปใช้ SVD แก้สมการซะ คำตอบคือ last col of v ! Gaussian elimination method ใช้แก้สมการ เช่นเดียวกับ กฏของ คราเมอร์ วิธีคิดหลักๆ คือ ทำให้สามเหลี่ยมล่างเป็น 0 ให้หมด โดยทำ row operation จา่กนั้น แทนค่ากลับไป Diagon...

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

OOTOYA อร่อย ^^

เมนูอาหาร กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ อร่อยๆ ^^ ตอนแรกเล็ง เมนูพิเศษของโอโตยะ ไว้ แต่สั่ง สลัดไก่ย่างถ่าน ซอสเบซิล ไป ผักเยอะมากแต่อร่อยดี ยังได้แอบชิมของคนอื่นด้วย ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน ตัวเบ้อเริ่มเลยอ่ะ รสคล้ายๆปลาช่อน แล้วก็ของหวาน ไอศกรีมในน้ำเต้าหู้ ที่พี่กุ๋ยบอกว่า เคยเข้ามาที่ร้านแล้วสั่ง อย่างเดียวมาแล้ว ถั่วแดงเขาทำได้อร่อยมาก แต่ดันไม่มีขายถั่วแดงต้มอ่ะดิ เมนูของหวาน กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ ถ้าสั่งเป็นชุด ข้าวเติมฟรี เติมไป 2 ชาม น้ำชาเขียว refill ฟรี ชาเขียวที่นี่เขาใส่งาด้วย เหมือนที่เคยกินที่ร้าน อากะ (AKA) ที่ชั้น 7 centralworld บางคนเขาไม่ชอบกัน แต่เราเฉยๆนะ ก็อร่อยดี ข้อเสีย คือ เสริฟ ช้า ไม่ควรกินไปตอนเร่งรีบ แต่ เล็งไว้ละ ไว้จะไปกินใหม่ สาขา และ เบอร์ติดต่อ กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

คำนวณค่าน้ำมัน

ใครทำไว้ไม่รู้แต่แบบว่าดีย์  ตัวอย่างวิธีคิด  ( น้ำมันลิตรละ 22 บาท/ลิตร ) / ( ใช้น้ำมัน/กิโลเมตรต่อลิตร 10 กม/ลิตร ) * 40 กม = 88 บาท ถ้ารถติดใช้น้ำมัน 10-14 กม. / ลิตร ถ้าทางตรงวิ่งปกติ 15-20 กม / ลิตร ราคารถไฟฟ้าไปกลับ 118 บาท แถมต้องต่อรถหลายต่อดีออก

วิจารณ์ แสงแห่งศตวรรษ syndrome of the century ( สปอยแหลก )

แสงแห่งศตวรรษ ใครอยากไปดูในโรงหนัง หรือ จะซื้อแผ่นที่ uncensor มาดู หยุดอ่านซะ เดี๋ยวรู้เรื่องก่อนแล้วไม่สนุก เราดูเวอร์ชั่น uncensor จนจบแล้ว อ่านในบล๊อกเขาที่เขาอธิบายความหมายแล้ว ขอบคุณ neogravity สำหรับแผ่นนะครับ ความเห็นส่วนตัวเรื่องการเซ็นเซอร์หนังเรื่องนี้ 1. บรรทัดฐานการเซ็นเซอร์ไม่เหมือนกัน ทั้งหนังโรงไทย หนังโรงฝรั่ง หรือ ละครโทรทัศน์ 1.1 ของขึ้น ดูแล้วน่าจะเป็น "ของปลอม" แต่กลับไม่มีการเซ็นเซอร์ "ของปลอม" ในหนังฝรั่งหลายๆเรื่อง 1.2 ไม่รู้ว่าเป็นหน่วยงานเดียวกันหรือเปล่าที่เซ็นเซอร์ โรงหนัง กับ ละครโทรทัศน์ แต่ควรเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน หมอกินเหล้า จากที่ดู หมอในเครื่องแบบไม่ได้จิบเหล้า ทั้ง อาจารย์หมอที่เทเหล้า ก็ไม่ได้ใส่เครื่องแบบ เหมือนในเรื่อง สงครามนางฟ้า พระดีดกีตาร์ โดนเซนเซอร์ แต่พระเอกข่มขืนนางเอกในละคร ฉายได้ ( จริงๆ มีโอกาสเป็นไปได้ โดยอารมณ์ของตัวหนัง ที่ทำให้พระไปดีดกีตาร์ได้ จริงอยู่เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ (อ่านในความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ข้อ 11) แต่ด้วยเหตุผลหลายๆเรื่องย่อมเป็นไปได้ และภาพที่ออกม...

ข้อแตกต่างระหว่าง Mahalanobis distance กับ Euclidean Distance : ทำไม และ เมื่อไหร่ ต้องใช้ Mahalanobis distance ใน data mining

Euclidean Distance นิยาม EuclideanDistance = sqrt(sum( (A - B) .^ 2 )) โชว์เหนือ เขียนแบบ linear algebra EuclideanDistance = norm(A - B) ข้อเสียของ Euclidean distance 1. sensitive to scales ของตัวแปร ในกรณี geometric ตัวแปรทุกตัวมีหน่วยเดียวกันหมด คือ ระยะทาง แต่เมื่อพิจารณาตัวแปรที่มีข้อมูลหลายชนิดพร้อมๆกัน เช่น ใน data mining เราอาจจะพิจารณา อายุ, ความสูง, น้ำหนัก ฯลฯ พร้อมๆกันหมด สเกลมันเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ 2. Euclidean distance ใช้กับตัวแปรที่ correlated กันไม่ได้ เช่น สมมติว่าเรามี data set 5 ตัวแปร ที่ซึ่งค่าของตัวแปรหนึ่งเหมือนกับอีกตัวแปรหนึ่งเด๊ะๆ ( กรณีนี้เหมือนเด๊ะ เลยเป็น completely correlated ) Euclidean distance จะคำนวณโดย weight ข้อมูลที่ซ้ำกันมากขึ้น ทำให้มีปัญหา Mahalanobis distance นิยาม เมื่อ S คือ covariance matrix และ x, y มี distribution เดียวกัน Mahalanobis distance มันพิจารณ่า covariance matrix ไปด้วย เลยขจัดปัญหาเรื่อง scale และ correlation ที่ Euclidean Distance มีได้ ใน MATLAB ใช้ฟังก์ชั่น mahal() หรือ pdist() ดูตัวอย่าง mahaldist.m ของคุณ Peter J. Ackl...

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - เที่ยวอินเดีย Mamallapuram, Tamil Nadu, India มามาละปุรัม รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดีย ตอนที่ 10 Shore Temple

ต่อไปเราจะพาไปยัง อีก หนึ่ง มรดกโลก ของอินเดีย นั่นก็คือ Shore Temple (เทวาลัยชายหาด) นั่นเองน้ะจ้ะ อันที่จริง เทวาลัยชายหาด มีชื่อว่า ราชสิงเหศวร จ่ะ แต่เราคิดว่า เรียก Shore Temple ก็จำง่ายดีน่ะ Shore Temple หรือ เทวาลัยชายหาด Mamallapuram จากคราวก่อนที่เราไม่ได้ตีตั๋วที่ ปัญจปาณฑพรถะ อาศัยชะเง้อ ชะแง้ ดูเอา แต่คราวนี้ ชะเง้อ ไม่ได้แบ้วแจ้ เพราะว่า เขาล้อมรั้วไว้ไกลจาก Shore Temple น้ะจ้ะ #เราพยายามแล้ววววว ด้วยความอยากไปดู เลยยอมตีตั๋วจ้ะ ... วราหาวตาร คือ พระนารายณ์อวตารเป็นหมูป่า ขุดดุนแผ่นดินโลกขึ้นจากอสูรที่ซ่อนไว้ใต้บาดาล พบเมื่อปี 2533 / 1990 จ้ะ หมูยืนก้มหน้า หรือ วราหาวตาร นี้ เป็นงานศิลปะ ที่เจ๋งน้ะจ้ะ เพราะ แต่ก่อน มีน้ำขึ้นน้ำลง วราหาวตาร จะมีชีวิต กอบกู้แผ่นดินขึ้นจากมหาสมุทรทุกวัน ดังเช่นตำนานเลยจ้า เทวาลัย ชายหาด จ้ะ เทวาลัยชายหาด สร้าง กลาง พุทธศตวรรษที่ 13 จ้ะ กี่ปีมาแล้ว ก็บวกลบกันไป เดินดูรอบๆ น้ะจ้ะ จะเล่าเรื่องชื่อเมืองมาให้นิดนึง น้ะจ้ะ จะเห็นว่า เราบอกคนอื่น ว่า ไป มหาบุรีปุรัม ( mahabulipuram ) ซึ่งนั่นเป็นคำที่ เพื่อน...