ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประสบการณ์คนหายที่สิงคโปรแจ้

เหตุเกิดจาก รถติด ตรงด่านที่ข้ามจากมาเลเซีย กับ สิงคโปร์ เราผ่านมาเลมาแล้ว กำลังมุ่งหน้าไปด่านสิงคโปร์ มันติดนานมาก มันเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ขนาดคนที่จะข้ามด่านไปทำงานที่สิงคโปรยังออกมาเดินกัน คนที่อยู่ในรถก็สลับคนขับกันตั้งหลายครั้ง แล้วเพื่อนคนนึงปวดฉี่ไม่ไหว เลยลงไปกวักมอไซด์ไปเพื่อที่จะเข้าส้วมที่ด่าน สิงคโปร์

แต่พอเราไปจอดรอที่ด่านสิงคโปร์กลับไม่เจอนาง มารู้เอาทีหลังว่า รถมอเตอร์ไซด์ที่เข้าด่านสิงคโปร์ จะต้องมีหมวกกันน็อค แต่เธอไม่มี เพราะตามกฏหมายสิงคโปร์ต้องใส่หมวกกันน็อค ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่ข้ามด่านมาเลมาจึงยังไม่ใส่หมวกกันน็อค แต่พอข้ามด่านมาต้องใส่ แต่เธอไม่มี และเราก็ไม่รู้ว่า คนอินเดีย ที่เธอซ้อนมามีหมวกอีกใบหรือไม่  ก็เลยไม่รู้ว่า เข้าเมืองมาหรือยัง  ไปหาตำรวจที่ด่านให้ช่วยเช็ค เขาบอกว่ายังไม่เข้ามา เรารออยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ตำรวจพยายามช่วยหา ตำรวจถามเบอร์โทรให้โทรไปหาแต่เธอไม่ได้เอาโทรศัพท์ลงไป ไม่ได้เอาเงินลงไปด้วย ตอนนั้นที่เธอมีติดตัวมีเพียง passport ที่ผมวิ่งออกไปให้เท่านั้น

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ตำรวจบอกเราว่า เราไม่สามารถจอดรถอยู่ตรงด่านได้นาน โทรศัพท์เราก็ไม่มี เน็ตเราก็ไม่มี ไม่สามารถติดต่อคนที่มาเลได้

เราเลยมุ่งหน้าไปสนามบินชางฮี หลังจากที่เราถึงชางฮี เราขอเบอร์ immegration เพื่อโทรไป แต่เบอร์นึงสายไม่ว่าง อีกเบอร์ไม่มีคนรับ เราโทรไปสถานทูตสิงคโปร์ในไทย ต่อสายภาษาไทย เขาบอกสายไม่ว่าง เราเลยต่อเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ให้โอนเข้าไปเป็นภาษาไทย เจ้าหน้าที่สถานทูตแนะนำว่า ให้แจ้งตำรวจไว้ก่อน และให้แจ้งสถานทูตมาเล เพราะไม่รู้ว่า เธอข้ามด่านมาหรือยัง
เราเลยเลื่อนตั๋ว ซึ่งตอนแรกเที่ยวบินที่เราจะใช้กลับคือ สี่โมง ของเธอกับเพื่อนอีกคนคือ หกโมงครึ่ง เราก็นึกว่าจะเลื่อนของเราไปหกโมงครึ่ง แต่เจ้าหน้าที่บอกรอบนั้นเต็ม เนื่องจากวันจันทร์เป็นวันหยุดยาวช่วงหลังรอมดอนของเขาพอดี คนบินออกนอกประเทศเยอะ ไฟล์ทเลยเต็มหมด เราถามของพรุ่งนี้เขาก็บอกว่าเต็ม รอบที่กลับได้คือวันอาทิตย์ เราเลยจองห้องพักที่โรงแรมที่สนามบิน 2 คืน เอาสัมภาระของเราทั้งหมดไปไว้ที่ห้องพัก เตรียมซื้อซิมการ์ด และ หารถบัสนั่งกลับไปหาที่ด่านสิงคโปรอีกครั้ง
แต่ที่สนามบิน เราเจอเธอ

เธอเล่าให้เราฟังว่า พอใกล้ถึงด่าน เธอไม่มีหมวกกันน็อค ก็เลยลงไปทางคนเดินเข้าเมือง เดินผ่านบันไดวน สองสามชั้น ไปเข้าห้องน้ำ สแตมป์ passport แล้วจะเดินย้อนกลับไปด่านมาเล แต่ดันเจอตำรวจสิงคโปรเรียก บอกว่า มีพาสปอร์ต แต่ทำไมไม่มีกระเป๋า เลยโดนเรียกไปในห้องกักตัว แต่สุดท้ายเขาก็ปล่อยออกมา (ยังดีที่มีพาสปอร์ต ถ้าไม่มีต้องเสียค่าปรับ แต่ตอนนั้นเธอไม่มีเงิน คนขับรถบอกว่าเราว่าต้องเข้าคุก 6 เดือน ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ) เธอเดินหาเรา เดินไปรอตรงป้ายรถที่รถเราวนหาเธอสองรอบก่อนไปสนามบินก่อนหน้าแล้ว เธอไปเจอตำรวจที่เราแจ้งไว้ ตำรวจบอกเราออกไปสนามบินแล้ว เธอเลยขอเงินสาวจีน 6 SGD เพื่อนั่งรถจากด่านมายังสนามบิน เธอให้ line น้องชายเขาไป เพื่อคราวหน้าจะได้ติดต่อกันเพื่อเอามาคืน  และสุดท้ายเราเจอกันที่สนามบิน

ตอนนั้นยังไม่หกโมงครึ่ง เราพยายามจะเลื่อนไฟล์ทกลับไปเป็นไฟล์ทเดิม แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเต็มแล้ว เพราะหลังจากเราเอาที่ออก คนอื่นจองไปเรียบร้อยแล้ว ทางเบื้องบนแจ้งลงมาว่า ให้หาไฟล์ทกลับ คืนนี้ หรือไม่ก็ พรุ่งนี้ เคาท์เตอร์บินไทยปิด(ไม่รู้ทำไม) มีไฟล์ท รอบสี่ทุ่มของสายการบิน ethiopian airlines แต่เราไม่สามารถจองได้ มาจองได้ของไทเกอร์แอร์รอบ 8.25 วันรุ่งขึ้น  เราเลยต้องพักที่สนามบิน 1 คืน เพื่อกลับไปวันรุ่งขึ้น ไทเกอร์แอร์เป็น lowcost airline เครื่องบินลำเล็ก แต่ราคาไม่เล็กเลย เพราะว่า เราจองช่วงที่ตั๋วเป็นที่ต้องการ ปกติตั๋วไปกลับ 20,000 THB แต่คราวนี้เที่ยวเดียว 16,000 THB มารู้เอาตอนหลังว่าไม่มีอาหารเสริฟบนเครื่องด้วย ตอนเช้าเลยหิวเบย

ปล
- น้ำเปล่าที่คราวก่อนเจอแพงๆ ที่เซเว่น กลับเหลือแค่ 0.70 SGD / ขวด 1 ลิตร ที่ร้านอื่นในสนามบิน
- CROWN PLAZA โรงแรมในสนามบิน แพงมากกกกก คืนละ 12,000 THB (แพงพอๆกับโรงแรมใจกลางนิวยอร์ค 499 US Dollar ) ได้ห้องสูบบุหรี่ด้วย เพราะห้องอื่นมันเต็ม
- ทางสถานทูตสิงคโปร์เตือนเราว่า ไม่ควรออกมาโบกรถ เพราะทางมาเลไม่เหมือนทางไทย อาจเกิดเรื่องได้ เขานึกว่าเราเป็นวัยรุ่นมาแบ๊คแพคกัน แต่จริงๆเป็นเพราะเราจะไปเข้าห้องน้ำ แหะๆ
- อาหารที่ Foodcourt ที่สนามบิน ราคา 5 SGD ที่อื่นราวๆ 10SGDกว่าๆ ต่อหนึ่งจาน
Foodcourt อยู่ T3 ชั้น B2 แต่คนเยอะมากต้องหาที่นั่งเอาเอง บางทีก็แชร์ที่นั่งกับคนอื่น
เราไปขอเขานั่ง เขาตอบมาเป็นภาษาจีน แถมภาษาจีนเราก็ก็งูๆปลาๆ (เขาบอกว่ามีคนนั่ง แต่เราฟังเป็นนั่งได้ เวรกรำ มาสำนึกได้ตอนนั่งไปแล้ว เขาคงด่าอ่ะ แต่ช่างแม่ม น้่งไปแล้ว) แล้วก็ Foodcourt ใช้บัตรแทนเงินสด เหมือนบ้านเรา แต่ต่างกันตรงที่ว่า ใช้เงินสดได้ด้วย และบัตรมีค่าเติมขั้นต่ำ เพราะเรายื่น 20 SGD ไปพนักงานที่บัตรทำหน้าเหมือนเงินเราน้อยนิด และเรียกให้ไปซื้อเงินสด
 - การบินไทย อยู่ T1, สิงคโปร์แอร์ไลน์ อยู่ T2, tiger air ก็อยู่ T2, โรงแรม CROWN PLAZA อยู่ T3, มี billboard บอกตรงใกล้ๆ รถไฟข้าม terminal ว่า สายการบินอะไรอยู่ T อะไร
- T2 ไม่มี starbuck มีแค่ T1 กับ T3, และ เบอร์เกอร์คิง มีที่ T1
- ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญไม่กินเหรียญมั่วเหมือนที่ไทย ทางเดียวที่มันจะกินเหรียญคือ เขารับแล้ววางสาย ไม่ว่าจะเหลือเงินเท่าไหร่ กินเรียบ นอกนั้นน่าจะคืนนะจากที่กดๆมาหลายๆรอบ
- กุควรไปออก แฟนพันธุ์แท้สนามบินชางฮีได้แล้ว เดินเป็นสิบๆรอบ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

OOTOYA อร่อย ^^

เมนูอาหาร กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ อร่อยๆ ^^ ตอนแรกเล็ง เมนูพิเศษของโอโตยะ ไว้ แต่สั่ง สลัดไก่ย่างถ่าน ซอสเบซิล ไป ผักเยอะมากแต่อร่อยดี ยังได้แอบชิมของคนอื่นด้วย ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน ตัวเบ้อเริ่มเลยอ่ะ รสคล้ายๆปลาช่อน แล้วก็ของหวาน ไอศกรีมในน้ำเต้าหู้ ที่พี่กุ๋ยบอกว่า เคยเข้ามาที่ร้านแล้วสั่ง อย่างเดียวมาแล้ว ถั่วแดงเขาทำได้อร่อยมาก แต่ดันไม่มีขายถั่วแดงต้มอ่ะดิ เมนูของหวาน กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ ถ้าสั่งเป็นชุด ข้าวเติมฟรี เติมไป 2 ชาม น้ำชาเขียว refill ฟรี ชาเขียวที่นี่เขาใส่งาด้วย เหมือนที่เคยกินที่ร้าน อากะ (AKA) ที่ชั้น 7 centralworld บางคนเขาไม่ชอบกัน แต่เราเฉยๆนะ ก็อร่อยดี ข้อเสีย คือ เสริฟ ช้า ไม่ควรกินไปตอนเร่งรีบ แต่ เล็งไว้ละ ไว้จะไปกินใหม่ สาขา และ เบอร์ติดต่อ กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ถังดับเพลิง ตรวจสภาพยังไง, ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง

ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง * ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder ภาพจาก safetymanshop.com ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder : ถังแดง  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C,D วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง * ดูที่เข็มมาตรวัด ถ้าสีเขียวคือโอเค ถ้าเข็มเอียงมาทางซ้ายในโซนสีแดง ต้องเติมแรงดัน * ให้คว่ำและฟังการไหลของผงเคมี ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าสารเคมีหมดอายุจับกันเป็นก้อน * สายฉีด ตัวถัง ด้ามจับ มีแตกชำรุด อุดตันหรือไม่ ภาพจาก uandnsupply.safety * ฮาโลตรอน Halotron  ภาพจาก safetymanshop.com ฮาโลตรอน Halotron : ถังเขียวต้องดูอีกทีเพราะถังเขียวอาจใส่สารได้หลายแบบอาจไม่ใช่ฮาโลตรอน  ไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C * คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ภาพจาก safetymanshop.com คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 : ถังแดงปากแตร  ไม่เหลือกากไว้  เหมาะกับ ตู้ไฟ ห้องคอม ห้องเซอร์เวอร์ ห้องเครื่องเสียง สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบ CO2 ให้ชั่งน้ำหนักถังและเทียบน้ำหนักที่แจ้งไว้ในเสปคถังดับเพลิง * สเปรย์ สเปรย์ : สามารถดับเพลิงประเภท K เหมาะกับใช้ในครัว สูตรน้ำดีกว่าสเปรย์โฟม ...

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

ปีอธิกสุรทิน อธิกมาส อธิกวาร และ การทดปฏิทิน

 ปีที่แบ่งตามรอบพระอาทิตย์ (สุริยคติ) มี 2 แบบ คือ 1. ปกติสุรทิน คือ มี 365 วัน 2. อธิกสุรทิน คือ มี 366 วัน (เดือนกุมภาฯมี 29 วัน) การคำนวน ปีอธิกสุรทิน ตรงนี้บางท่านจะจำได้แต่เพียง ว่า หาร 4 ซึ่งไม่ใช่แค่นั้นครับ ความจริงแล้ว จะมีสูตรคำนวณที่ถูกต้องคือ ให้เอา ค.ศ.ตั้ง แล้วเอา 4 หาร หากหารลงตัวก็ใช่ ยกเว้น 100 หารลงตัว แต่หาก 400 ลงตัวก็ให้นับเป็นอธิกสุรทินด้วย (เช่น ปี 1900 ไม่เป็นอธิกสุรทิน แต่ปี 2000, 2004 เป็นปีอธิกสุรทิน) ปีที่แบ่งตามรอบพระจันทร์ (จันทรคติ) แบ่งเป็น 3 คือ 1. ปกติมาส-ปกติวาร  (บางที่เขียนย่อ เป็น ปกติมาส-วาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ มีเดือนคู่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 15 วัน       และมีเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน       รวมวันใน 1 ปี เป็น (30*6+29*6) = 354 วัน 2. ปกติมาส-ปีอธิกวาร (บางที่เรียกเป็น อธิกวาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน        รวมวันใน 1 ปี เป็น 354+1 = 355 วัน 3. ปีอธิกมาส-ปกติวาร (บางที่จะเรียกเป็น อธิกมาส)     ...

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

5 ข้อควรระวังในการทำงานกับ microsoft excel

บางครั้งการ process ข้อมูลใน microsoft excel ก็สะดวกดี แต่มีข้อควรระวังเล็กๆน้อยๆ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ยิ่งทำกับข้อมูลจำนวนมหาศาลแล้ว โอกาสผิดพลาดก็จะเยอะตามไปด้วย 1) Copy And Paste Formula Cell / drag Formula Cell / double click to autoFill the Formula Cell ในการ copy and paste cell ที่ใส่สูตรไว้  หรือ ลากเซลล์ที่ใส่สูตรไว้ไป fill ใส่เซลล์อื่น  หรือ double click เพื่อให้ excel มัน auto fill formula ลงมาด้านล่าง  ต้องระวังนิสนึง  เพราะ excel มันจะฉลาด(เกินไป) shift แถวให้เอง เช่น ตัวอย่าง1 : auto shift cell ตอน paste  copy จาก cell ที่ใส่สูตรไว้ =A2*5 ต้องการ copy ไปอีกเซลล์หนึ่งโดยอ้าง A2 เหมือนเดิม แต่พอ paste แม่ม ฉลาด เปลี่ยนเป็น B2 ให้ จะเกิดเมื่อลากเซลล์ไปด้วย เช่น ลากจาก F2 ไป G2 ข้อมูลที่ excel ใส่ให้ในเซลล์ G2 จะเป็นเหมือน copy/paste นั่นคือ เซลล์จะ shift ไป หรือแม้กระทั่ง double click เพื่อ fill ข้อมูลตามแนวดิ่งก็เหมือนกัน ตัวอย่าง2 : auto shift cell ตอน paste copy paste ...

เทคนิคคิดเลขเร็วโดยใช้ วิธีคิด แบบ เวทคณิต ( Vedic Mathematics example )

จากที่สงสัยเรื่อง ลูกคิด ของ จินตคณิต ที่ลองไปค้นดู ปรากฎว่า เจอ เวทคณิต ซึ่งเขาบอกว่า อยู่ในคัมภีร์พระเวท ลองอ่านดูแล้ว รู้สึกว่าฝึกสมอง ก็ทำให้คิดเลขเร็วดี เลยสรุปมาให้ ตามนี้ Tutorial 1 การลบเลข ALL FROM 9 AND THE LAST FROM 10 ทุกตัวลบจาก 9 และตัวสุดท้ายลบจาก 10 เช่น 1000 - 357 = 643 10,000 - 1,049 = 8951 ถ้า 1,000 - 83 ให้มองว่ามี 0 อยู่ข้างหน้า เป็น 1,000 - 083 = 917 ฝึกบ่อยๆ ก็คล่อง แล้วก็ไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขด้วย ลองทำดูสิ 1) 1000 - 777 = 2) 1000 - 283 = 3) 1000 - 505 = 4) 10,000 - 2345 = 5) 10,000 - 9876 = 6) 10,000 - 1011 = 7) 100 - 57 = 8) 1000 - 57 = 9) 10,000 - 321 = 10) 10,000 - 38 = 3,000 - 467 ก็ทำเหมือนกัน โดยลบตัวแรกสุดของ 3,000 ไป 1 จากนั้นก็ทำเหมือนเดิม จะได้ว่า 3,000 - 467 = 2,533 Tutorial 2 VERTICALLY AND CROSSWISE สำหรับตัวเลขที่น้อยกว่าฐานนิดหน่อย ลอง 88x98 88 น้อยกว่า 100 อยู่ 12 98 น้อยกว่า 100 อยู่ 2 12x2 = 24 88-2 หรือ 98-12 ได้ 86 ดังนั้นตอบ 8,624 ดูอีกตัวอย่าง หรือ ลองทำนี่ดู 1) 87 x 98 = 2) 88 x ...

ละครมะนุด 19 : The suicide shop ร้านชำสำหรับคนอยากตาย

The Suicide Shop Poster นี่เพิ่งดู ละคร มะนุด ครั้งที่ 19 The suicide shop ร้านชำสำหรับคนอยากตายมา เหมือนเดิม หนังสือไม่ได้อ่านไปก่อน ไปลุ้นเอาในโรงละครเอาเองว่าเป็นแบบไหน อันที่จริง เคยได้ยินเรื่องคร่าวๆ มาจากน้องฝ้าย ตอนอยู่อเมริกาโน่นแหนะ แต่ก็ไม่ได้รู้มากไปกว่าการที่หัวเรื่องมันบรรยาย คือ มันเป็น ร้าน ขายของชำ สำหรับ ฆ่าตัวตาย Alice ผมไปสาย ( อีกแล้วนะฮะ ) เพราะว่า รถตอน 5 โมง มันติดม๊ากกกกกก กว่าจะถ่อจากอนุสาวรีย์ ไปยังเกษตรได้ นี่ขนาดวันพฤหัส นะฮะ วันศุกร์ไม่อยากจะคิด ผมวางแผนเดินทางผิดด้วยแหละ ด้วยความเอ๋อ กับ ถนนวิภาวดี รังสิต คิดเอาเองว่า พออนุสาวรีย์แล้วเลี้ยวไป แล้ว ก็เป็นวิภาวดีรังสิต แล้ว มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ก็อยู่บนเส้นนั้น ถูกครับ อยู่บนเส้นเดียวกันจริงๆ แต่ไกลโขเลย 555 ก่อนขึ้นรถเมล์ มีความทรงจำ ลางๆ จากการไป บาร์แคมป์ บางเขน ครั้งเก่าก่อน ความทรงจำ ที่นั่งรถ ปอ. สีเหลือง เลยไปถึง ดอนเมืองโน่น แต่มันมีอยู่แค่นั้น พยายามนึกว่า ขึ้นจากที่ไหน ก็ไม่แน่ใจ ระหว่าง อนุสาวรีย์ชัย กับ หมอชิต แต่ด้วยความงก เลยลงรถไฟฟ้า ที่อนุสาวรีย์ชัย...

RANdom SAmple Consensus (RANSAC) algorithm

Introduction fig. 1 picture from 'Multiview geometry in Computer Vision' book. If you use orthogonal regression ( minimizes the sum of squared perpendicular distances -- LMS ), there will be a problem if you have an outliers (see fig 1a). RANSAC algorithm RANSAC algorithm will cope with this problem by discarding outliers. Slide from 25th year of RANSAC, Philip Torr slides has very clear picture of the algorithm. support = number of points that lie within a distance threshold points within the threshold distance of a line with most support are the inliers. If a point is an outliers , a line will not have so much support. ( see fig 1b from mvg book above ) Explain the algorithm - First we randomly pick two red point and estimate m, c for y=mx+c ( this is easy, right ) - for consider if a point is a inlier for every yellow point (x, y) If | y - (m*x + c) | < t, number of inlier need to justify model -- re-estimate m, c again by using all ...