ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยู่เหงาๆเราไปเที่ยว -- พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว The Golden Jubilee Agriculture Museum



หลังจาก ที่ เคยพาไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์ สยาม ( Museum Siam ) และ พิพิธภัณฑ์ ที่ วัดไตรมิตร กันไปแล้ว
วันนี้เราจะมาแนะนำ ที่เที่ยว ใหม่ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ เกษตร เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัว

พิพิธภัณฑ์นี้ มีคน ที่บ้านอยู่แถวนั้น แนะนำ ต่อมาอีกทีหนึ่ง
จากที่เขาโชว์รูปที่ถ่ายที่นี่ เห็นว่า สวยดี เลยอยากลองไปมั่ง

ดีเหมือนกัน กำลัง หาที่เที่ยวใกล้ๆ อยู่พอดีเหมือนกัน


 จริงๆ วันจักรี เป็นวันหยุด นักขัตฤกษ์ พิพิธภัณฑ์ ปิดวันนักขัตฤกษ์
แต่คราวนี้โชคดี เขาเปิด
เพราะ มีงาน `งานมหกรรมบุญมหากุศล “พลังวัฒนธรรม วิถีเกษตรไทย”` พอดี

แถมมี ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน บูทยิงปืน บูทปาโป่ง มาตั้ง
และก็ยังมีงานขายของ คึกคัก เห็นมีการสาธิตทางการเกษตรเยอะแยะ
งานด้านนอกมีจนถึงสามทุ่มกันเลยทีเดียว

ส่วนตัวพิพิธภัณฑ์ด้านใน ปิดเวลาเดิม คือสามโมงกว่าๆ อาคารก็จะเริ่มทยอยปิดกันและ


พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ ตรงข้ามโรงพยาบาล นวนคร
ซึ่งเลย ธรรมศาสตร์ รังสิต ไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง
 ตอนที่เคยพักอยู่แถวนั้น ก็ไม่รู้ว่ามี ไม่งั้นก็ได้แวะตั้งแต่คราวโน้น



ซึ่งเคยถามเพื่อนว่า เข้าชมฟรี หรือไม่
เพื่อนบอกว่าฟรี
ตอนหลังเลยรู้มาว่า เพื่อนไม่ได้เข้าไป ในห้องจัดแสดงนิทรรศการ เดินถ่ายรูปรอบๆ ก็เลยฟรี ซึ่งรอบๆ เขาก็มีต้นไม้ มีลำธาร มีทดลองปลูกข้าว เขียวขจี สวยงามอยู่เหมือนกัน

แต่ถ้าเข้าห้องนิทรรศการ ก็มีเก็บค่าเข้าชม
 ซึ่งนิทรรศการเขามี 3 อาคาร

คือ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 5
อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 4
อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 3



 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 3 เป็น พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรมพืช จัดแสดงพันธุ์พืชที่เก็บมาจากหลายๆแห่ง ทั่วไทย รวมทั้งมีการให้ความรู้ ถึงการตระหนักถึงการรักษา พันธุ์พืชที่ใกล้ สูญพันธุ์
รวมถึง การอยู่อย่างพอเพียง ทานผักพื้นบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญหลังบ้าน ซึ่งภาคต่างๆ ก็จะมีผักในป่าหลังบ้านไม่เหมือนกัน


 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 4 เป็น พิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพร
 มีการจัดแสดง ป่าชนิดต่างๆ ทั้ง ป่ากลางวัน และ ป่ากลางคืน
มีการไปส่องสัตว์ ซึ่งสัตว์ก็ทำมาได้เหมือน เหมือนกับเป็นสัตว์จริงๆ


เราเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์การส่องสัตว์ยามค่ำคืนใน วนอุทยาน ต่างๆ
แต่ในพิพิธภัณฑ์ก็ทำมาได้ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจดี

เจ้าหน้าที่เขาจะส่องไฟฉาย ไปยังสัตว์จำลอง ต่างๆ ขณะที่แนะนำให้ความรู้ไปด้วย น่าสนใจมากๆ 


ส่วน อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 5 เป็น พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา

มีการฉายภาพยนตร์ สามมิติ  ต้องใส่แว่น ถึงจะเห็น
ซึ่งเราเอง มีประสบการณ์การชมภาพยนตร์สามมิติ สองสามครั้ง

ครั้งแรก เป็น แว่นแบบ แดงข้าง ฟ้าข้าง ในโรงหนัง หนังเรื่อง Spy Kid 2 นานมาแล้วเหมือนกัน
รู้สึกว่า มันก็เหมือนจะยื่นออกมานะ
แต่สีของหนัง มันช้ำเลือดช้ำหนอง เป็นสีเทาๆ อาจจะเพราะ เป็นแว่น แดงข้าง ฟ้าข้าง พอผสมกันเลยออกมาอย่างนั้น ก็ได้

ครั้งที่สอง เป็น บ้านผีสิง ที่ Busch Garden, Virginia อันนั้นจะต้องใส่แว่นเหมือนกัน
นั่งรถเหมืองเข้าไป เขาผสมเทคนิคหลากหลาย มีฉีดน้ำใส่ด้วย เปียกๆ
อันนั้นก็รู้สึกถึงความสมจริง มีตอนหนึ่งที่เหมือนมีผีมาพูดตรงใกล้ๆ รถเหมืองนี่ ไม่รู้ว่า ใช้เทคโนโลยีอะไร แต่เหมือนมาก ( ผีฝรั่งอารมณ์เหมือน ผีบรรพบุรุษ ในมู่หลาน หรือ วิญญาณ ใน แฮรี่ พอตเตอร์ ไม่ใช่ ผีแบบไทยน้ะจ้ะ ถ้าเขาทำเป็นผีแบบไทยออกมาแบบนั้น คงมีคนหัวใจวายหลายคน)

ครั้งที่สาม ก็คือครั้งนี้นี่แหละจ้ะ
ใส่แว่นแบบใส ภาพยนตร์ที่ฉาย เป็นภาพยนตร์การ์ตูน ซึ่งก็ดูมีมิติจริงๆ และ สีสัน ก็ยังเป็นสีสันสวยงามอยู่ มีฉากบางฉากที่เหมือนวัตถุจะลอยออกมาก็ทำได้เหมือน ทำได้เหมือนขนาดที่ว่า เด็กๆ ที่มากันเยอะแยะ ในวันจักรี นี้ ต่างพากันร้อง เพราะกลัววัตถุจะหลุดออกจากจอมาโดนหน้า


ภาพยนตร์ก็ทำได้ น่าสนใจทีเดียว สนุกดีมีข้อคิด
จริงๆวันที่ไปนี้ ก็มีนักเรียน มาจาก ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นั่งรถทัวร์ใหญ่ๆ มากันเป็นหมู่คณะมาดู และยังมีก๊วนครอบครัว ที่มีเด็กเล็กๆ จนถึงคุณย่า ที่นั่งรถเข็น มาชมด้วย
เด็กๆ เดินไปก็มีกระดาษ จดพวกชื่อพันธุ์พืชไป เป็นการปลูกฝังให้เด็กรักธรรมชาติ ได้ดีเหมือนกัน



พอดีไปวันนี้ พิเศษ เพราะมีงาน เห็นเขามี วงจากจุฬา มาเล่นด้วย แต่สงสัยจะไปไม่ทันดู เพราะว่า กว่าจะไปถึงก็สายแล้ว


แต่ได้รับชม การแสดง โดย สถาบัน บางกอก แดนซ์ ซึ่ง เขาแจกโปรชัวร์มา มีสาขาเยอะแยะอยู่เหมือนกันนะ


เห็นพิธีกร แนะนำว่า เขาไปกวาดรางวัล มาจากเมืองนอกเยอะเหมือนกัน
ดูแล้วก็เพลินดี มีบางชุดนักแสดงแต่งกายเป็นคล้ายๆ ชุดไทย แต่ก็ไม่เชิงชุดไทย เพราะกระโปรงบานแบบนักบัลเล่ต์ตะวันตก
การแสดงก็เขย่งๆ แบบบัลเล่ต์ แต่ดนตรีเป็นแนวไทยๆ มือไม้ก็ร่ายรำแบบไทยๆ
ผสมผสานได้น่าสนใจ สมแล้วที่ไปแข่งแล้วได้รางวัลมา

 
 
ตอนระหว่างการแสดง มีเด็กเล็กคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า นักแสดงใส่กางเกง เหมือน ใบเตยอาร์สยาม เลย คอยดูนะเดี๋ยวมีอะไรโผล่มา
 เราก็ไม่รู้หรอกว่า ใบเตย อาร์สยาม เคยโผล่ อะไรออกมาเหมือนกัน
แต่การเสนอข่าว หรือ การโปรโมต เพื่อผลกำไร ออกทางสื่อที่คนรับรู้ได้เยอะๆ ก็ส่งผลกระทบกับอนาคตของชาติ เหมือนกันนะเนี่ย


  อาคาร 5 ก็มีจัดแสดง เป็นส่วนๆ มีหลายส่วน เหมือนกัน
- หลักการทรงงาน
- ดอกบัวแห่งปัญญา
- เรื่องของพ่อในบ้านเรา
- หัวใจใฝ่เกษตร
- ตามรอยพ่อ
- วิถีเกษตรของพ่อ
- นวัตกรรมของพ่อ
- น้ำคือชีวิต



เดินเล่นแวะแต่ละบู้ทเพลิน จนเขาประกาศว่า อีก ห้านาที จะปิดตึกซะแล้ว



มีการจัดแสดง

รถยนต์พระที่นั่ง ของ สมเด็จย่า ด้วยนะครับ
 

 มีนิดหนึ่ง ตอนไปรอที่หน้าอาคาร 3 กับอาคาร 4
คือ เมื่อถึงรอบ จะมี ไกด์ มารับ ตอนแรกเราก็งงๆ เดินวนไปวนมาหลายที หาทางเข้าไม่เจอ (ฮ่า)
ส่วนบัตรซื้อได้หน้า อาคาร 5 นะครับ


 ส่วนราคาค่าเข้าชม นั้น
ณ วันที่ไปนี้
เขาคิดสามราคา

สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่
ถ้าเข้าชม
อาคาร 5 อย่างเดียว = 50 บาท
อาคาร 5 + ( อาคาร 4 หรือ อาคาร 3 ) = 70 บาท
อาคาร 5 + ( อาคาร 4 และ อาคาร 3 ) = 80 บาท 

ส่วนเด็กกับชาวต่างชาติ ก็จะเป็นอีกราคาหนึ่ง สามารถไปเช็คได้จากเวปทางการของเขาน้ะแจ๊ะ


เราเอง ก็คิดว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว เลย เข้าชมทั้งสามอาคาร
ซึ่งแต่ละอาคารเขาก็จะมีเป็นรอบๆ ห่างกัน รอบละ 1 ชั่วโมง แต่ละรอบเข้าชมจริงๆ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง

ที่เราไป อาคาร 3 กับ อาคาร 4 จะมีไกด์พาชม แต่อาคาร 5 สามารถเดินเล่นเองได้


พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ ที่ ตรงข้าม โรงพยาบาล นวนคร ปทุมธานี นั่นเอง
อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก กทม. สามารถเดินทางได้สะดวก

ซึ่งการเดินทาง สามารถดูได้จาก เวปทางการ เขียนไว้ละเอียดมากๆ แนะนำไว้หลายทาง

 แนะนำนิดหน่อย สำหรับ คนเคยไปรถตู้
ควรไปตามในเวปแนะนำ คือ นั่งสายที่ไปลง นวนคร

เพราะที่เคยไปคราวก่อน ดันไปนั่งสาย กรุงเทพฯ-อยุธยา
เขาเลยคิดแพง แถมปล่อยเราลงเลนกลาง ไม่ยอมชิดเข้าเลนใน จอดตรงโรงพยาบาลให้ (ขนาดตะโกนบอกก่อนตั้งนาน ยังปล่อยลงกลางถนน อันตรายมาก)
ทำให้เราเอง ต้องปีน ปูนกั้น ข้ามเลนกลับมา ตรงนั้น รถก็วิ่งเร็ว อันตรายมากๆ

ถ้าไปจริงๆ แนะนำให้ไป รถตู้ที่จอดที่นวนครเลย จะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงตายแบบนี้


พิพิธภัณฑ์ เปิด วันอังคาร ถึง วันอาทิตย์
ตั้งแต่ 09.30 - 15.30 น.
หยุดวันจันทร์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์
ยกเว้น บางวันหยุด นักขัตฤกษ์ มีงาน อย่างเช่น 5-6-7 เมษายน 2014 มีงาน เลยเปิด
 
 พอกลับมา เห็นบางเวป มีพาออกไปชมแปลงเกษตรทดลองด้วยอ้ะ
น่าจะขึ้นจาก อาคาร 1 นะ
อยากลองไปมั่ง สงสัยคราวนี้ผมจะพลาดไป ส่วนหนึ่งก็เพราะ ผมไปสายด้วยแหละ กว่าจะโผล่ไปก็บ่ายกว่าจะบ่ายสองแล้ว
ที่นี่เหมาะจะอยู่ได้ทั้งวันจริงๆ ครับ มีอะไรให้ดูตลอด

ถึงว่าสิ หารูปสวนสวยๆ ที่เพื่อนถ่ายมาไม่เจอ -*-
โอกาสหน้าผมจะลองไปใหม่ละกันครับ





จบปิ๊ง*

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอบสัมภาษณ์ MBA คำถามและการเตรียมตัว

 * “แนะนำตนเอง” การแนะนำตนเองไม่ใช่แค่บอกชื่อ-นามสกุล ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน หรือ ประวัติการศึกษาเท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้ต้องพูดถึง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ส่วนที่สำคัญในการแนะนำตนเองก็คือต้องขายความเป็นตัวตนของเรา ความสามารถของเรา และ/หรือวัตถุประสงค์ในการเลือกเรียนหลักสูตรนี้  พยายามตอบคำถามให้สอดคล้องกับ MBA ไม่ต้องนาน ประมาณ 2–3 นาที เน้นเนื้อ ไม่เน้นน้ำ ซ้อมพูดเยอะๆ ถือว่าเป็น First Impression * ทำไมจึงเลือกสมัครเข้าเรียนหลักสูตรนี้  ทำไมถึงมาเรียน MBA ทำไมอยากเรียน MBA ทำไม อยากเรียนตอนนี้  * ทำไม ต้องเรียน MBA ที่นี่ -- ลองศึกษา Program ของมหาลัยที่จะไปดูน้าว่ามหาลัยมีอะไรเด่น * คิดว่าถ้าเรียน MBA จะมี Challenge อะไรบ้าง * สนใจโปรแกรมอะไรบ้าง * หลังเรียนจบอยากทำอะไร * ต้องการอะไรจากหลักสูตรนี้  เรียนแล้วคิดว่าจะได้อะไร เอาไปใช้อะไรในชีวิต * ทำไมไม่เรียนสาขาอื่น ถ้าอายุงานถึงเรียนอย่างอื่นได้ * ในองค์กรที่ทำงานอยู่สามารถเติบโตได้ถึงตำแหน่งไหน * Performance ปัจจุบันเป้นยังไง  * ดูดีอยู่แล้ว แล้วมาเรียน MBA ทำไม เพราะงานที่ทำ...

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

เรื่อง matrix ที่อาจจะลืมกันไปแล้ว

Rank ของ matrix Rank ของ matrix A คือ จำนวน independent columns (หรือ rows) ของ A นั่นคือ square matrix จะ full rank ถ้า ทุกคอลัมน์ independent กัน เมื่อ full rank, det จะ = 0 วิธีหา rank อาจหาได้โดย [U, W, V] = svd(A) แล้วดูว่า rank คือ จำนวน residual ของ W ที่ไม่เป็น 0 full rank = singular matrix = หา inverse ได้ สมบัติของ rank 1. rank(AB) min(rank(A), rank(B)) ย้ำว่า wiki Null Matrix เมตริกซ์ศูนย์ (Zero Matrix หรือ Null Matrix ) คือ เมตริกซ์ที่มีสมาชิกทุกตัวเป็นศูนย์หมด Orthogonal Matrix Cramer's rule Ax = b Cramer's rule ใช้ได้เมื่อ A เป็น square matrix เท่านั้น กรณีที่มีจำนวน สมการ มากกว่าจำนวน ตัวแปร ( A mxn เมื่อ m > n ) หรือเราเรียกว่า over parameter เราไม่สามารถหา inverse ของ rectangular matrix ได้ ให้ไปใช้ psudoinverse แทน x = A + b หรือ หรือ หรือ ไปใช้ SVD แก้สมการซะ คำตอบคือ last col of v ! Gaussian elimination method ใช้แก้สมการ เช่นเดียวกับ กฏของ คราเมอร์ วิธีคิดหลักๆ คือ ทำให้สามเหลี่ยมล่างเป็น 0 ให้หมด โดยทำ row operation จา่กนั้น แทนค่ากลับไป Diagon...

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

OOTOYA อร่อย ^^

เมนูอาหาร กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ อร่อยๆ ^^ ตอนแรกเล็ง เมนูพิเศษของโอโตยะ ไว้ แต่สั่ง สลัดไก่ย่างถ่าน ซอสเบซิล ไป ผักเยอะมากแต่อร่อยดี ยังได้แอบชิมของคนอื่นด้วย ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน ตัวเบ้อเริ่มเลยอ่ะ รสคล้ายๆปลาช่อน แล้วก็ของหวาน ไอศกรีมในน้ำเต้าหู้ ที่พี่กุ๋ยบอกว่า เคยเข้ามาที่ร้านแล้วสั่ง อย่างเดียวมาแล้ว ถั่วแดงเขาทำได้อร่อยมาก แต่ดันไม่มีขายถั่วแดงต้มอ่ะดิ เมนูของหวาน กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ ถ้าสั่งเป็นชุด ข้าวเติมฟรี เติมไป 2 ชาม น้ำชาเขียว refill ฟรี ชาเขียวที่นี่เขาใส่งาด้วย เหมือนที่เคยกินที่ร้าน อากะ (AKA) ที่ชั้น 7 centralworld บางคนเขาไม่ชอบกัน แต่เราเฉยๆนะ ก็อร่อยดี ข้อเสีย คือ เสริฟ ช้า ไม่ควรกินไปตอนเร่งรีบ แต่ เล็งไว้ละ ไว้จะไปกินใหม่ สาขา และ เบอร์ติดต่อ กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

คำนวณค่าน้ำมัน

ใครทำไว้ไม่รู้แต่แบบว่าดีย์  ตัวอย่างวิธีคิด  ( น้ำมันลิตรละ 22 บาท/ลิตร ) / ( ใช้น้ำมัน/กิโลเมตรต่อลิตร 10 กม/ลิตร ) * 40 กม = 88 บาท ถ้ารถติดใช้น้ำมัน 10-14 กม. / ลิตร ถ้าทางตรงวิ่งปกติ 15-20 กม / ลิตร ราคารถไฟฟ้าไปกลับ 118 บาท แถมต้องต่อรถหลายต่อดีออก

วิจารณ์ แสงแห่งศตวรรษ syndrome of the century ( สปอยแหลก )

แสงแห่งศตวรรษ ใครอยากไปดูในโรงหนัง หรือ จะซื้อแผ่นที่ uncensor มาดู หยุดอ่านซะ เดี๋ยวรู้เรื่องก่อนแล้วไม่สนุก เราดูเวอร์ชั่น uncensor จนจบแล้ว อ่านในบล๊อกเขาที่เขาอธิบายความหมายแล้ว ขอบคุณ neogravity สำหรับแผ่นนะครับ ความเห็นส่วนตัวเรื่องการเซ็นเซอร์หนังเรื่องนี้ 1. บรรทัดฐานการเซ็นเซอร์ไม่เหมือนกัน ทั้งหนังโรงไทย หนังโรงฝรั่ง หรือ ละครโทรทัศน์ 1.1 ของขึ้น ดูแล้วน่าจะเป็น "ของปลอม" แต่กลับไม่มีการเซ็นเซอร์ "ของปลอม" ในหนังฝรั่งหลายๆเรื่อง 1.2 ไม่รู้ว่าเป็นหน่วยงานเดียวกันหรือเปล่าที่เซ็นเซอร์ โรงหนัง กับ ละครโทรทัศน์ แต่ควรเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน หมอกินเหล้า จากที่ดู หมอในเครื่องแบบไม่ได้จิบเหล้า ทั้ง อาจารย์หมอที่เทเหล้า ก็ไม่ได้ใส่เครื่องแบบ เหมือนในเรื่อง สงครามนางฟ้า พระดีดกีตาร์ โดนเซนเซอร์ แต่พระเอกข่มขืนนางเอกในละคร ฉายได้ ( จริงๆ มีโอกาสเป็นไปได้ โดยอารมณ์ของตัวหนัง ที่ทำให้พระไปดีดกีตาร์ได้ จริงอยู่เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ (อ่านในความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ข้อ 11) แต่ด้วยเหตุผลหลายๆเรื่องย่อมเป็นไปได้ และภาพที่ออกม...

ข้อแตกต่างระหว่าง Mahalanobis distance กับ Euclidean Distance : ทำไม และ เมื่อไหร่ ต้องใช้ Mahalanobis distance ใน data mining

Euclidean Distance นิยาม EuclideanDistance = sqrt(sum( (A - B) .^ 2 )) โชว์เหนือ เขียนแบบ linear algebra EuclideanDistance = norm(A - B) ข้อเสียของ Euclidean distance 1. sensitive to scales ของตัวแปร ในกรณี geometric ตัวแปรทุกตัวมีหน่วยเดียวกันหมด คือ ระยะทาง แต่เมื่อพิจารณาตัวแปรที่มีข้อมูลหลายชนิดพร้อมๆกัน เช่น ใน data mining เราอาจจะพิจารณา อายุ, ความสูง, น้ำหนัก ฯลฯ พร้อมๆกันหมด สเกลมันเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ 2. Euclidean distance ใช้กับตัวแปรที่ correlated กันไม่ได้ เช่น สมมติว่าเรามี data set 5 ตัวแปร ที่ซึ่งค่าของตัวแปรหนึ่งเหมือนกับอีกตัวแปรหนึ่งเด๊ะๆ ( กรณีนี้เหมือนเด๊ะ เลยเป็น completely correlated ) Euclidean distance จะคำนวณโดย weight ข้อมูลที่ซ้ำกันมากขึ้น ทำให้มีปัญหา Mahalanobis distance นิยาม เมื่อ S คือ covariance matrix และ x, y มี distribution เดียวกัน Mahalanobis distance มันพิจารณ่า covariance matrix ไปด้วย เลยขจัดปัญหาเรื่อง scale และ correlation ที่ Euclidean Distance มีได้ ใน MATLAB ใช้ฟังก์ชั่น mahal() หรือ pdist() ดูตัวอย่าง mahaldist.m ของคุณ Peter J. Ackl...

ถังดับเพลิง ตรวจสภาพยังไง, ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง

ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง * ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder ภาพจาก safetymanshop.com ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder : ถังแดง  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C,D วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง * ดูที่เข็มมาตรวัด ถ้าสีเขียวคือโอเค ถ้าเข็มเอียงมาทางซ้ายในโซนสีแดง ต้องเติมแรงดัน * ให้คว่ำและฟังการไหลของผงเคมี ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าสารเคมีหมดอายุจับกันเป็นก้อน * สายฉีด ตัวถัง ด้ามจับ มีแตกชำรุด อุดตันหรือไม่ ภาพจาก uandnsupply.safety * ฮาโลตรอน Halotron  ภาพจาก safetymanshop.com ฮาโลตรอน Halotron : ถังเขียวต้องดูอีกทีเพราะถังเขียวอาจใส่สารได้หลายแบบอาจไม่ใช่ฮาโลตรอน  ไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C * คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ภาพจาก safetymanshop.com คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 : ถังแดงปากแตร  ไม่เหลือกากไว้  เหมาะกับ ตู้ไฟ ห้องคอม ห้องเซอร์เวอร์ ห้องเครื่องเสียง สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบ CO2 ให้ชั่งน้ำหนักถังและเทียบน้ำหนักที่แจ้งไว้ในเสปคถังดับเพลิง * สเปรย์ สเปรย์ : สามารถดับเพลิงประเภท K เหมาะกับใช้ในครัว สูตรน้ำดีกว่าสเปรย์โฟม ...