ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - เที่ยวอินเดีย Mamallapuram, Tamil Nadu, India มามาละปุรัม รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดีย ตอนที่ 1 - รถเมล์ที่อินเดีย

บล็อกซีรี่ส์นี้ เราจะพาบินลัดฟ้า ไปยัง แดน ชมพูทวีป กันทีเดียว น้ะจ้ะ

หลังจากที่เคยพาไป Virginia Beach, VA มาแล้ว



บล็อกโพสนี้ ขอข้าม การเล่าเรื่องราวของ บ้านเมืองอินเดีย และชีวิตความเป็นอยู่ ไปก่อนน้ะจ้ะ เพราะ เราจะแอบกั๊กไปโม้ในบล็อกโพสต่อไป ที่พูดถึง นครเชนไน ที่มีแพลนว่าจะเขียนเร็วๆนี้จ้า

อันที่จริง ทริปนี้ เราพักกันที่ เมือง เจนไน ( chennai, india ) ประเทศอินเดีย
แต่เนื่องจาก คำโฆษณาที่เขียนไว้ในหนังสือ, คำแนะนำของเพื่อนที่มีบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ที่นั่น, และคำแนะนำของคนที่นั่นเอง ทำให้เราต้องออกไปแรดที่ มามาลาบุรัม ( Mamallapuram )

เสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง แต่ห่างจากนคร เจนไน ต้องนั่งรถออกไป

#เราเอง ก็ออกไปหาทัวร์จนได้มาจนได้

เริ่มกันเลยน้ะจ้ะ

ทริปนี้เกิดขึ้นมาจากวันหยุด long weekend ที่อินเดียจ้า วันเสาร์ที่ 5 วันอาทิตย์ที่ 6 และ วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน เป็นวันหยุดราชการของอินเดีย ที่ชื่อว่าวัน Id-ul-Zuha

ซึ่งการนอนเฉาๆอยู่ในโรงแรม ก็ไม่ใช่ปกติวิสัยของเราๆในการไปเยือนต่างประเทศอยู่แล้ว ใช่มะ

วันเสาร์ที่ 5 เขานัดกันว่าจะออกไปเที่ยวห้างในตอนบ่ายๆ
ดังนั้น ตอนหลังอาหารเช้า ก็เลยว่าง เลยคิดว่าจะหาโอกาส "นั่งรถเมล์" ไป TTDC ซึ่งเป็นศูนย์การท่องเที่ยวของรัฐ Tamil Nadu ( อินเดีย แบ่งเป็น รัฐๆ Tamil Nadu เป็นรัฐตอนใต้ มีเมือง เจนไน, มามาลัลปุรัม เป็นต้น )

จะพูดถึงรถเมล์นิดนึง

รถเมล์อินเดียนี่ได้ยินกิตติศัพท์มานาน แล้ว อยากถ่ายรูปปลากรอบมาเหมือนกัน แต่หาโอกาสไม่ได้
ลองไปหาจากอากู๋ดูน้ะจ้ะ
อธิบาย : ช่วง rush hour คนจะแน่นม๊ากกก จนกระทั่งว่าห้อยออกมาข้างนอกเลย สมแล้วที่เป็นประเทศที่มีประชากรอยู่กันหนาแน่นที่สุดในโลกจ้า
( แอบไปดูรูปจากอากู๋มา แบบว่าปีนกันไปอยู่บนหลังคา นั่นเกินจริงไปหน่อยน้ะจ้ะ อาจจะมีที่เมืองอื่น แต่เมืองนี้ แค่โหนออกมานอกประตู เฉยๆ แต่ข้างในคนแน่นจริง! )

จนอยากจะหาโอกาสไปนั่งสักทีหนึ่งน้ะจ้ะ -- เด๋วจะหาว่ามาไม่ถึงอินเดีย 555

อันที่จริง อยากจะนั่งมาตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงเลยอ้ะ แต่ว่าบังเอิญวันนั้นหลงทิศ เลยพลาดโอกาส



แต่คราวนี้ไม่พลาดแล้วจ้า

หลักฐานจ้ะ ตั๋วรถเมล์ จากอินเดีย

การเดินทางโดยรถเมล์ เป็นการเดินทางที่ถูกแสนถูก (ดูจากราคาตั๋วในรูป 3 รูปี กับ 5 รูปี เท่านั้นเอง) ขณะที่การเดินทางโดย รถ auto (สามล้อ) บ้านเขา เขาคิดราคาตีหัวเราไปถึง 50-70 รูปี (อัตราแลกเปลี่ยนตอนที่แลกเงินซื้อ repee = 0.625 บาทไทยจ่ะ) ถ้านั่งกันหลายคน หารออกมาก ก็ประมาณ 20 รูปี ต่อเที่ยวในระยะทางไม่ไกลจ้ะ


รถเมล์บ้านเขาก็เหมือนรถเมล์บ้านเรานี่แหละ ที่เห็นๆก็มีแต่รถใหญ่นะ
บางคันก็พ่วงสองตู้ แต่ว่าไม่มีแอร์น่ะ

มีที่นั่งสองข้าง แล้วก็มีที่นั่งที่หนึ่งที่หันประหลาดกว่าชาวบ้าน ข้างหลังรถ เป็นที่นั่งของกระเป๋ารถเมล์จ้า


เนื่องจากเรารู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดน้ะจ้ะ รถเลยคนไม่เยอะมาก ไม่ต้องขึ้นไปเบียด มีที่ยืนสบายๆ :)
รู้สึกว่า เขาจะแบ่งฟากนั่ง ชายหญิง แต่ #เราเอง ก็ไม่ได้นั่งหรอกน้ะจ้ะ กลัวนั่งเลยป้าย


พอขึ้นไป กระเป๋าแม่มก็ถามว่า จะไปลงไหน
ด้วย sense ที่ว่า คนอินเดีย แม่มต้องไม่รู้จัก TTDC แน่นอน
แต่อันนี้เราเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว เลยบอกว่า ไปห้าง Spencer เพราะว่า ห้าง Spencer อยู่ทางเดียวกัน


ซึ่งก็ได้ผล เขาคิดเรา 3 รูปี

พอผ่านห้าง Spencer เราก็เนียนๆ ทำเป็นมองไม่เห็นห้างแล้ว นั่งเลยป้ายไป

นั่งไปสักพัก ปรากฏว่า กระเป๋าดันทัก

ก็พยายามอธิบายนะ ว่า ไม่ได้อยากจะลง Spencer อยากไป Tamil Nadu Tourism Center ( TTDC )
ตามคาด กระเป๋าแม่มไม่รู้จัก
ขนาดคนนั่งที่ช่วยพูดแม่มก็งง
กุว่าแล้ว
ขนาดคนไทยยังไม่รู้ว่า การท่องเที่ยวไทย ออฟฟิต แม่มตั้งอยู่ตรงไหนเลย นับประสาอะไร




ขนาดพยายามอธิบายว่า ใกล้ สถานที่ราชการใหม่ ( New Tamil Nadu Legisiative Assembly )
ที่เราวางเป็น plan B ที่คิดว่า น่าจะเป็นสถานที่ที่น่าจะรู้จัก

มั๊นก็ยังไม่เข้าใจ

คุยไปคุยมา กระเป๋า บอกให้ลง
เราก็พยายามถ่วงๆ เวลาไว้ เพราะดูจากระยะทาง จากห้าง Spencer ไปยัง TTDC มันไม่ไกล
สุดท้ายก็ลง
ดีที่กุบอกห้าง Spencer ไปแต่แรก ไม่งั้น มันคงไล่ลงตั้งแต่แรกๆ



ก็โซซัดโซเซ ไปหาตึกติดแอร์แถวนั้น ออฟฟิตอะไรก็ไม่รู้ล่ะ เข้าไปถามเขา
นึกว่า สำเนียงไม่ได้ กระเป๋าฟังไม่รู้เรื่อง
คราวนี้ เอาหนังสือไปกางเลยฮะ บอกว่าจะไป TTDC อะ ไกลไม๊
ส่งตัวหนังสือไปทั้ง TTDC และ New Tamil Nadu Legisiative Assembly เลย

พนักงาน สาว งง ครับ = =! เลยโยนขี้ไปให้ไปถามอีกเคาท์เตอร์นึง ซึ่งเป็น ผช
ถาม TTDC งง พอถาม New Tamil Nadu Legisiative Assembly
เขา บอกว่ามีสองอันไม่แน่ใจว่าอันไหน อันนึงใกล้ๆ นี้ แล้วก็อีกอันนึงไกลไปหน่อย บอกให้นั่ง auto ไป กำชับแน่นหนาว่าราคาไม่เกิน 50 รูปี ถ้าเกินอย่าไป



เลยบอกเขาไปว่า จะลองเช็คอันใกล้ดูก่อน
เดินไปนิดนึงก็เจอ สิ่งปลูกสร้างอลังการงานสร้างมากๆ
แต่ไม่โด่งดังในหมู่คนอินเดียอย่างแรง พูดไปไม่มีใครรู้จัก = =

โชคดีที่อันใกล้ใช่ เลยเดินนิดเดียว




พอถามโน่นนี่เสร็จ ขากลับ บอกไป Spencer เหมือนกัน
เพราะว่า บอกชื่อโรงแรมไป มีหวัง ไม่รู้เรื่องกันอีก
address โรงแรมในนามบัตรแม่ม ก็บอกชัดมาก มีบ้านเลขที่ แล้วก็ถนน
ซึ่งถนน ก็คือ ถนน ที่รถเมล์วิ่งทั้งสาย น้ะจ้ะ บอกชื่อถนนก็ได้ ชื่อถนน คือ ถนน Anna Salai

ลองนึกภาพ รถเมล์ กำลังวิ่งอยู่บน ถนน Anna Salai
แล้วมีคนบอกว่า จะไปลง บ้านเลขที่นี้ ที่อยู่บน ถนน Anna Salai ( ถนนเดียวกัน )
ไม่ถีบให้ก็บุญแล้วน้ะจ้ะ


ซึ่งในตอนหลัง เราเองก็อุตส่าห์ หาจุดสนใจ อย่างเช่น สถานทูตเมกา ( U.S. Embassy ) ไปบอกรถ auto ที่จ้าง ปรากฏว่า ไม่รู้จักอีก เวงกรำจริงๆ


พอรถวิ่งผ่านห้าง Spencer ลุ้นๆว่าให้ผ่านไฟแดงไป
แม่มติดไฟแดงซะได้
สังหรณ์แปลกๆ

ดันเจอพลเมืองดี !
พลเมืองดีทักฮะ เขา บังเอิญได้ยินว่า เราบอกว่าจะลงห้าง Spencer
บอกว่าให้ลงแล้วเดินย้อนกลับไป ก็จะถึงห้าง Spencer


ลงก็ลงว่ะ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ยังดีที่เดินไม่ไกลก็ถึงที่พัก

จบทริปรถเมล์เพียงเท่านี้ เอวัง ..

ต่อตอนต่อไปจ้ะ
อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - เที่ยวอินเดีย Mamallapuram, Tamil Nadu, India มามาละปุรัม รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดีย ตอนที่ 2 - TTDC ( Tamil Nadu Tourism Center )

ความคิดเห็น

blossom กล่าวว่า
ภาพปลากรอบน้อยจังค่า
blossom กล่าวว่า
ภาพปลากรอบน้อยจังค่า
blossom กล่าวว่า
ภาพปลากรอบน้อยจังค่า
dsin กล่าวว่า
ตอนต่อไปสิ อันนี้แค่อินโทรเฉยๆ
dsin กล่าวว่า
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่งไปรษณีย์ทีละมากๆ ที่ช่องไปรษณีย์สำหรับธุรกิจ

  ถ้าเราส่งไปรษณีย์ทีละ 10 กล่องขึ้นไป สามารถไปส่งโดยใช้ช่องทางธุรกิจได้ โดยต้องกรอกใบรับฝากรวม ( Receipt for bulk Posting ) เป็นลิสต์รายการให้เขาไปด้วย โดยกรอกพัสดุแต่ละรายการ และ ไปยื่นให้เขาพร้อมกับพัสดุที่จะส่ง วิธีกรอก คือ ให้กรอกพัสดุแบบเดียวกันไว้แผ่นเดียวกัน  เช่น พัสดุ10 กล่อง กล่องขนาดเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันหมด กรอกไว้ 1 แผ่น ถ้าน้ำหนักต่างกัน ขนาดกล่องต่างกัน กรอกแยกแผ่นไว้ดีที่สุด ซึ่งใบนี้สามารถไปขอได้ที่ไปรษณีย์ฝ่ายธุรกิจ สามารถนำมาทำใส่ A4 ก็ได้ ขอบคุณคุณพี่ amarin.ch ที่ไปรษณีย์กลาง ( BANGKOK G.P.O. ) มากๆ นะครับ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยคีย์ให้ทีละรายการสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามีใบรับฝากรวมอย่างผมด้วยครับ คราวหน้าผมจะทำใบรับฝากรวมไปครับ

OOTOYA อร่อย ^^

เมนูอาหาร กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ อร่อยๆ ^^ ตอนแรกเล็ง เมนูพิเศษของโอโตยะ ไว้ แต่สั่ง สลัดไก่ย่างถ่าน ซอสเบซิล ไป ผักเยอะมากแต่อร่อยดี ยังได้แอบชิมของคนอื่นด้วย ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน ตัวเบ้อเริ่มเลยอ่ะ รสคล้ายๆปลาช่อน แล้วก็ของหวาน ไอศกรีมในน้ำเต้าหู้ ที่พี่กุ๋ยบอกว่า เคยเข้ามาที่ร้านแล้วสั่ง อย่างเดียวมาแล้ว ถั่วแดงเขาทำได้อร่อยมาก แต่ดันไม่มีขายถั่วแดงต้มอ่ะดิ เมนูของหวาน กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ ถ้าสั่งเป็นชุด ข้าวเติมฟรี เติมไป 2 ชาม น้ำชาเขียว refill ฟรี ชาเขียวที่นี่เขาใส่งาด้วย เหมือนที่เคยกินที่ร้าน อากะ (AKA) ที่ชั้น 7 centralworld บางคนเขาไม่ชอบกัน แต่เราเฉยๆนะ ก็อร่อยดี ข้อเสีย คือ เสริฟ ช้า ไม่ควรกินไปตอนเร่งรีบ แต่ เล็งไว้ละ ไว้จะไปกินใหม่ สาขา และ เบอร์ติดต่อ กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

วิธีการไป อย. กระทรวงสาธารณสุขจากหัวลำโพง

ทางไป : รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง ไปลงที่ สถานี กระทรวงสาธารณสุข  ถ้ากดที่ตู้ต้องเปลี่ยนไปหน้าจอสายสีม่วง สนน ราคา 48 53 บาท ต่อมอไซด์ ถ้าไป อย. 20 บาท จากหน้าทางเข้า  ถ้าฝนตกแนะนำให้โบกแท็กซี่จากข้างหน้า ข้างในหาแท็กซี่ยากมาก ถ้าจะเดินประมาณ 2.4 km ให้ระวังหลงเข้าไปรพ ศรีธัญญา รพ ศรีธัญญาพื้นที่ข้างในใหญ่มาก และเหมือนจะล้อมด้วยคลอง เหมือนจะมีทางออกแค่ทางที่เข้าไปนั่นแหละ ทางกลับ : รถเมล์ 97 จาก อย. ตรงข้ามประกันสังคม ทางที่ 1 : ถ้าจะใกล้ลงหน้าปากซอยขึ้นสายสีม่วงที่สถานีกระทรวงสาธารณสุขที่เดิม ทางที่ 2 : ผ่าน ท่าน้ำนนท์​ กลับเรือได้ ทางที่ 3 : ผ่านหน้าพระจอมพระนครเหนือด้วยนะ ผ่าน สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ  ( จาก อย. ไป MRT บางซื่อ 17 บาท,  จาก MRT บางซื่อ ไป MRT หัวลำโพง 44 บาท นั่งกลับได้ 2 ทาง ทางหัวลำโพง กับ ไปเปลี่ยนที่ท่าพระ ไม่รู้ว่าทางไหนเร็วกว่ากัน ) ทางที่ 4 :  ผ่าน สะพานควาย  ทางที่ 5 :  นั่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ค่ารถเมล์ 21 บาท ค่ารถไฟฟ้าไป BTS สะพานตากสิน 47 บาท 

[ AI ] IBM granite, NVIDIA robotics, IBM Langflow, watsonx, LMCache, LiteRT, Self driving car, Mamba model, RAG

 IBM granite: Time series from sensor, stock market * Forcast * Anomaly detection - classification high medium risk, data synthesis Embedding AI - 1M params - edge device - small AI Send insight --- NVIDIA * Jackson Thor robotic * Nemo ---- * IBM Langflow : open source * Watsonx (n8n) Enterprise : guardrails / log, tool using policy ----- LMcache : open source KC cache Prompt -> key value (RAGs) Same context ( e.g. same docs) Reduce operating costs CacheGen : make cache cheap to move and store CacheBlend : reuse chunk, not just prefix ---- Google มี framework ที่ optimize AI บน mobile phone นั่นคือ LiteRT : google pytorch Quantisation เท่าไหร่บน device นี้ Model explorer: quantize แล้ว error < 5% XMNpack ใช้ CPU ลดลง Google AI edge portal : benchmark AI on real device ---- Self driving car * Nvidia Alpamayo 2 model * Carla simulation Random forest -> multiple scenarios -> json -> LLM Car talk to mobile phone (cross the road) ----- Mamba model (recursive)  - alte...

อยู่เหงาๆ เราไปเที่ยว - ไหว้พระขอพร ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า), เจริญกรุง, กรุงเทพ; 天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国; Thap Thim Chinese Goddess Shrine, Chareon Krung 63 Road, Bangkok, Thailand

天后聖母廟, 石龙軍路, 曼谷, 泰国 ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ตำนานเจ้าแม่ทับทิมเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา ...

รีวิว: Human Resource พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา สปอยแหลก

a.k.a. ชนแม่งเลย หนังเป็น พี่เต๋อ ที่พร้อมจะหักมุมตลอดเวลา คาดเดาอะไรไม่ได้เลย หนังที่คิดว่าเป็นหนังคนทำงาน ดันมีฉาก เรท R มาเฉย ได้ข้อคิด แต่ไม่ได้ชอบมาก เพราะ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่มาคิดเรื่องพวกนี้เลยสักนิด  ถ้าตอนนี้ไปดูประเทศสหรัฐ (ที่กำลังบูมเรื่อง AI) ประเทศจีน (ตามมาติดๆ หรือนำไปแล้ว?) ประเทศ ไต้หวัน (ที่กำลังบูมเรื่อง เซมิคอนดักเตอร์) ประเทศเกาหลี (แซมซัง ก็ไล่มาติดๆ) ประเทศเวียดนาม (ที่ต่างชาติไปลงทุนมากๆ) จะไม่มีคำถามอะไรพวกนี้ในสมองเลย ลองไปฟังวิทยุช่องจีน ในเมืองที่เจริญๆ เมืองเศรษฐกิจ จะมีแต่ภาพ อนาคต ความหวัง ของใหม่ โรงงานใหม่ วิธีทำงานแบบใหม่ positive กว่ามาก ถ้ามัวแต่คิดเหมือนที่หนังปูในตอนแรก จะทำให้เรา ตกอยู่ใน loop นรก ซึ่งยิ่งคิดยิ่งแย่ แย่จนไม่คิดจะลงมือทำอะไรเลย เพราะจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว สื่อ อย่าไปออกเรื่องไม่ดีมาก ออกเรื่องดีๆบ้าง เดี๋ยวคนในประเทศหวาดกลัวจนไม่กล้าทำอะไร ถึงตอนนั้นก็แย่ของจริง ตอนนี้คนประเทศอื่น ทำหนังลง Netflix กันเยอะนะครับ มีหนังใหม่ๆ ของประเทศอื่นเต็มไปหมด เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐ เกาหลี  บางอันก็ดัง บางอันก็ไม่รู้จัก 

ถังดับเพลิง ตรวจสภาพยังไง, ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง

ถังดับเพลิงแบบไหน ดูยังไง * ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder ภาพจาก safetymanshop.com ผงเคมีแห้ง Dry Chemical Powder : ถังแดง  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C,D วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง * ดูที่เข็มมาตรวัด ถ้าสีเขียวคือโอเค ถ้าเข็มเอียงมาทางซ้ายในโซนสีแดง ต้องเติมแรงดัน * ให้คว่ำและฟังการไหลของผงเคมี ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าสารเคมีหมดอายุจับกันเป็นก้อน * สายฉีด ตัวถัง ด้ามจับ มีแตกชำรุด อุดตันหรือไม่ ภาพจาก uandnsupply.safety * ฮาโลตรอน Halotron  ภาพจาก safetymanshop.com ฮาโลตรอน Halotron : ถังเขียวต้องดูอีกทีเพราะถังเขียวอาจใส่สารได้หลายแบบอาจไม่ใช่ฮาโลตรอน  ไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้  สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C * คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ภาพจาก safetymanshop.com คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 : ถังแดงปากแตร  ไม่เหลือกากไว้  เหมาะกับ ตู้ไฟ ห้องคอม ห้องเซอร์เวอร์ ห้องเครื่องเสียง สามารถดับเพลิงประเภท A,B,C วิธีตรวจถังดับเพลิงแบบ CO2 ให้ชั่งน้ำหนักถังและเทียบน้ำหนักที่แจ้งไว้ในเสปคถังดับเพลิง * สเปรย์ สเปรย์ : สามารถดับเพลิงประเภท K เหมาะกับใช้ในครัว สูตรน้ำดีกว่าสเปรย์โฟม ...

ปีอธิกสุรทิน อธิกมาส อธิกวาร และ การทดปฏิทิน

 ปีที่แบ่งตามรอบพระอาทิตย์ (สุริยคติ) มี 2 แบบ คือ 1. ปกติสุรทิน คือ มี 365 วัน 2. อธิกสุรทิน คือ มี 366 วัน (เดือนกุมภาฯมี 29 วัน) การคำนวน ปีอธิกสุรทิน ตรงนี้บางท่านจะจำได้แต่เพียง ว่า หาร 4 ซึ่งไม่ใช่แค่นั้นครับ ความจริงแล้ว จะมีสูตรคำนวณที่ถูกต้องคือ ให้เอา ค.ศ.ตั้ง แล้วเอา 4 หาร หากหารลงตัวก็ใช่ ยกเว้น 100 หารลงตัว แต่หาก 400 ลงตัวก็ให้นับเป็นอธิกสุรทินด้วย (เช่น ปี 1900 ไม่เป็นอธิกสุรทิน แต่ปี 2000, 2004 เป็นปีอธิกสุรทิน) ปีที่แบ่งตามรอบพระจันทร์ (จันทรคติ) แบ่งเป็น 3 คือ 1. ปกติมาส-ปกติวาร  (บางที่เขียนย่อ เป็น ปกติมาส-วาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ มีเดือนคู่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 15 วัน       และมีเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน       รวมวันใน 1 ปี เป็น (30*6+29*6) = 354 วัน 2. ปกติมาส-ปีอธิกวาร (บางที่เรียกเป็น อธิกวาร)       คือ ปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน        รวมวันใน 1 ปี เป็น 354+1 = 355 วัน 3. ปีอธิกมาส-ปกติวาร (บางที่จะเรียกเป็น อธิกมาส)     ...

มองแต่แง่ดีเถิด --- พุทธทาส

วันนี้กลับแท็กซี่ ตรงด้านข้างคนขับด้านหน้า เขาแปะ มงคลชีวิต 38 ประการ ส่วนด้านหลัง เจอป้ายติดไว้ที่กระจกด้านข้าง ตรงที่นั่งพอดี เป็นคำสอนของ พุทธทาส อันที่จริง เคยอ่านผ่านตามาบ้าง แต่มิได้มีสมาธิอ่านอย่างตั้งใจ และ อ่านจนจบ เหมือนตอนนั่งอยู่บนแท็กซี่นี้ เตือนสติได้ดีทีเดียว ณ จ๊ะ อันคำสอนของพระพุทธทาส เคยเห็นในร้านหนังสือ เป็นพินัยกรรม เป็็นพินัยกรรม เท่าที่นึกได้ คำว่า เท่าที่นึกได้ ท่านใช้ลายมือท่านเขียนด้วย คลาสลิคมากๆ ไว้ว่างๆ จะหาโอกาสลองมาอ่านดูบ้าง

เฉินหลงฟัดในปี 2025 The Shadow's Edge

เริ่มดูเพราะ ฉากในลิฟต์ ที่เด้งมาใน tiktok เลยรู้สึกว่า หนังดูมีอะไรจังวะ  พอดูจริงๆ หนังมีอะไรอย่างที่คิดไว้ แม้ตอนแรกๆ ตอนปล้น อาจจะให้ความรู้สึกเหมือน Now You See Me ไปบ้าง แต่หนังมีความสนุก มีอารมณ์ความรู้สึก  มีการใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง เทคโนโลยีคล้ายๆกับของ Peter Theil แต่ก็ทำงานร่วมกับคนรุ่นเก่าอย่างเฉินหลงได้อย่างดี มีการสร้างตัวร้ายที่เก่งสมน้ำสมเนื้อ  และ ทิ้งท้ายว่า จะมีภาคต่ออีกต่างหาก ชอบประโยคที่ว่า "นายต้องจบงานเองได้"